กระดานพูดคุย Indochinaexplorer.com
กรกฎาคม 31, 2014, 08:28:51 PM
  • * ยินดีต้อนรับ, บุคคลทั่วไป
'กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิก.'

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

หัวข้อ: อาเซียน Asean และประชาคมอาเซียน คืออะไร ใครได้ ใครเสีย อย่างง่ายๆ  (อ่าน 3437 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
  •  
  • admin

  • Sr. Member
  • *****
  • Administrator
  •  
  • กระทู้: 471
    • ดูรายละเอียด
    • เว็บไซต์
    • อีเมล์
อาเซียน Asean , ประชาคมอาเซียน ASEAN Community คืออะไร ใครได้ ใครเสีย อย่างง่ายๆ

ช่วงนี้ทุกคนคงจะเริ่มคุ้นกับคำว่า อาเซียน Asean , ประชาคมอาเซียน และ AEC  กันมากขึ้น แต่ตามข้อมูลสำรวจได้ว่า
คนไทยหลายๆ คนยังไม่รู้ว่า สิ่งเหล่านี้ คืออะไร หรือบางอาจคิดว่าเป็นเรื่องไกลตัว
วันนี้เราจะรวมรวมและสรุปความอย่างง่ายๆ ให้ลองศึกษา และเตรียมรับมือกัน  ซึ่งก่อนอื่นคงต้องย้ำว่าเป็นเรื่องใกล้ตัวกว่าที่คิด

ที่มา อาเซียน (Asean) หรือ สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Association of South East Asian Nations หรือ ASEAN)

อาเซียน มีจุดกำเนิดจุดเริ่มต้นโดยประเทศไทย มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ ได้ร่วมกันจัดตั้ง สมาคมอาสา (Association of South East Asia) เมื่อเดือน ก.ค.2504
แต่ดำเนินการไปได้เพียง 2 ปี ก็ต้องหยุดชะงักลง เนื่องจากความผกผันทางการเมืองระหว่างประเทศอินโดนีเซียและประเทศมาเลเซีย
จนเมื่อมีการฟื้นฟูสัมพันธ์ทางการฑูตระหว่างสองประเทศ จึงได้มีการแสวงหาหนทางความร่วมมือกันอีกครั้ง


จากนั้น สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จึงก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 8 ส.ค.2510 หลังจากการลงนามในปฎิญญาสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Declaration of ASEAN Concord)
หรือเป็นที่รู้จักกันในอีกชื่อหนึ่งว่า ปฏิญญากรุงเทพ (The Bangkok Declaration) ในสมัย พันเอก (พิเศษ) ถนัด คอมันตร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เป็นตัวแทนจากประเทศไทย


อาเซียน (ASEAN) หรือ สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Association of South East AsianNations )  คืออะไร ?

อาเซียน Asean เป็นกลุ่มความร่วมมือระดับภูมิภาคกลุ่มแรกๆ ของโลกที่ถือกำเนิดมาตั้งแต่ วันที่ 8 ส.ค.2510 โดยสมาชิกผู้ก่อตั้งมี 5 ประเทศ ได้แก่ อินโดนิเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และไทย


และได้เปิดรับสมาชิกใหม่จากประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพิ่มเติมเป็นระยะ ตามลำดับได้แก่

-บรูไนดารุสซาลาม เข้าเป็นสมาชิกเมื่อ 8 มกราคม 2527
-สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม เข้าเป็นสมาชิกเมื่อ 28 กรกฏาคม 2538
-สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เข้าเป็นสมาชิกเมื่อ 23 กรกฎาคม 2540
-สหภาพพม่า เข้าเป็นสมาชิกเมื่อ 23 กรกฏาคม 2540
-ราชอาณาจักรกัมพูชา เข้าเป็นสมาชิกเมื่อ 30 เมษายน 2542



ดังนั้น ประเทศสมาชิก อาเซียน ปัจจุบัน ประกอบไปด้วย 10 ประเทศ คือ
 1. กัมพูชา
 2. ไทย
 3. บรูไนดารุสซาลาม
 4. พม่า
 5. ฟิลิปปินส์
 6. มาเลเซีย
 7. ลาว
 8. สิงคโปร์
 9. เวียดนาม
 10. อินโดนีเซีย



วัตถุประสงค์การรวมตัวเป็น ASEAN ?

อาเซียน ก่อตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เริ่มแรกเพื่อสร้างสันติภาพในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อันนำมาซึ่งเสถียรภาพทางการเมือง และความเจริญก้าวหน้าทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม และเมื่อการค้าระหว่างประเทศในโลกมีแนวโน้มกีดกันการค้ารุนแรงขึ้น ทำให้อาเซียนได้หันมามุ่งเน้นกระชับและขยายความร่วมมือด้านเศรษฐกิจการค้าระหว่างกันมากขึ้น วัตถุประสงค์หลักที่กำหนดไว้ในปฏิญญาอาเซียน (The ASEAN Declaration) มี 7 ประการ ดังนี้

1. ส่งเสริมความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ความก้าวหน้าทางสังคมและวัฒนธรรม
2. ส่งเสริมการมีเสถียรภาพ สันติภาพและความมั่นคงของภูมิภาค
3. ส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม วิชาการ วิทยาศาสตร์ และด้านการบริหาร
4. ส่งเสริมความร่วมมือซึ่งกันและกันในการฝึกอบรมและการวิจัย
5. ส่งเสริมความร่วมมือในด้านเกษตรกรรมและอุตสาหกรรม การค้า การคมนาคม การสื่อสาร และปรับปรุงมาตรฐานการดำรงชีวิต
6. ส่งเสริมการมีหลักสูตรการศึกษาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
7. ส่งเสริมความร่วมมือกับองค์กรระดับภูมิภาคและองค์กรระหว่างประเทศ

(ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ประชาคมอาเซียน.net)



ไทยได้ประโยชน์อะไรจาก อาเซียน ?

คือกล่าวทำความเข้าใจได้อย่างง่ายๆ คือ ประเทศไทยถือว่าเป็นเพียงประเทศขนาดเล็กที่มีประชากรแค่ 60 กว่าล้านคน มี GDP 4 พันกว่าล้านบาท  ดังนั้น การจะลุกขึ้นต่อสู้หรือต่อรองเพียงลำพังเป็นไปได้ยาก   แต่ถ้ารวมกันเป็นประชาคมอาเซียนที่เป็นตลาดและฐานการผลิดเดียวสำเร็จ เราจะมีประชากรรวมเกือบ 600 ล้านคน หรือ 1 ใน 10 ของประชากรโลก ที่มี GDP รวมเกือบ 30,000 ล้านบาท นับเป็นตลาดและแหล่งเงินทุนที่มีศักยภาพมหาศาล และยังเป็นฐานของไทยในการค้าขายกับตลาดอื่นๆ นอกภูมิภาคอีกด้วย 

นอกจากประโยชน์ด้านเศรษฐกิจ การรวมตัวกันเป็นประชาคมอาเซียนยังช่วยให้การร่วมมือกันด้านสังคมและวัฒนธรรม  และการรับมือภัยคุกคามต่างๆ  ไม่ว่าจะเป็น ภัยพิบัติทางธรรมชาติ โรคติดต่อ ยาเสพติด ความยากจน และอื่นๆ มีประสิทธิภาพมากขึ้น

และภายหลังการร่วมตัวของของประเทศประชาคมอาเซียน ได้มีการนัดประชุมและกำหนดกรอบปฏิญญา และกรอบปฏิบัติอันเป็นประโยชน์ต่อประเทศสมาชิกอีกหลายครั้งมากมาย  อันจะนำมาซึ่งคุณประโยชน์แก่ประเทศสมาชิก   

อย่างไรก็ตามในปี2540 อาเซียนประสบกับมรสุมหนัก คือ วิกฤติเศรษฐกิจเอเชีย หลังผ่านพ้นมรสุมดังกล่าวไปได้  จึงเกิดศักราชใหม่ของความร่วมมือระหว่างกัน

โดยในปี 2546วันที่ 7-8 ตุลาคม ในการประชุมผู้นำอาเซียน ครั้งที่ 9  ผู้นำอาเซียนได้ลงนามปฏิญญาว่าด้วยความร่วมมือ  ในอาเซียน ฉบับที่ 2  โดยได้ลงนามในปฏิญญาว่าด้วยความร่วมมืออาเซียน (Declaration of ASEAN Concord II หรือ Bali Concord II) เห็นชอบให้มีการจัดตั้ง ประชาคมอาเซียน (ASEAN Community) ภายในปี พ.ศ. 2563 (ค.ศ. 2020)  โดยสนับสนุนการรวมตัวและความร่วมมืออย่างรอบด้าน
โดย
:: ด้านการเมืองให้จัดตั้ง “ประชาคมการเมืองความมั่นคงอาเซียน” หรือ ASEAN Political Security Community (APSC)      
:: ด้านเศรษฐกิจให้จัดตั้ง“ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน” หรือ ASEAN Economic Community (AEC) และ ::ด้านสังคมและวัฒนธรรมให้จัดตั้ง“ประชาคมสังคมและวัฒนธรรม อาเซียน” หรือ ASEAN Socio-Cultural Community (ASCC)

ต่อมา ในการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนครั้งที่ 12 ในเดือนมกราคม 2550 ที่เซบู ประเทศฟิลิปปินส์ ผู้นำ-
อาเซียนได้ตกลงให้มีการจัดตั้ง ประชาคมอาเซียน ให้แล้วเสร็จเร็วขึ้น 5 ปีเป็นภายในปีค.ศ 2015 (พ.ศ. 2558) 

และแน่นอน เมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ.2558 มาถึงการเปลี่ยนแปลงมากมายย่อมเกิดขึ้นตามมา  ดังนั้นการศึ่กษาเพื่อเตรียมรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงให้พร้อม ย่อมเป็นสิ่งสำคัญ  แต่จะมีอะไรบ้างนั้น ไปดูในกระทู้ต่อไป

เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย

สัญลักษณ์ของอาเซียน คือ รูปรวงข้าว สีเหลืองบนพื้นสีแดงล้อมรอบด้วยวงกลม สีขาวและสีน้ำเงิน



รวงข้าว 10 ต้น หมายถึง ประเทศสมาชิก 10 ประเทศ

สีเหลือง  หมายถึง  ความเจริญรุ่งเรือง

สีแดง หมายถึง  ความกล้าหาญและการมีพลวัติ

สีขาว  หมายถึง  ความบริสุทธิ์

สีน้ำเงิน  หมายถึง  สันติภาพและความมั่นคง

อ่านต่อ... การก้าวสู่ประชาคมอาเซียน AEC ในบทความต่อไป คะ


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 31, 2012, 01:20:55 AM โดย admin »
บันทึกการเข้า