กระดานพูดคุย Indochinaexplorer.com
มีนาคม 26, 2017, 04:08:51 PM
  • * ยินดีต้อนรับ, บุคคลทั่วไป
'กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิก.'

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

หัวข้อ: โฮจิมินห์ซิตี้ Hochiminh City และสถานที่เที่ยวในโฮจิมินห์ซิตี้ เวียดนามใต้  (อ่าน 1214 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
  •  
  • admin

  • Hero Member
  • *****
  • Administrator
  •  
  • กระทู้: 531
    • ดูรายละเอียด
    • เว็บไซต์
    • อีเมล์
โฮจิมินห์ซิตี้  Hochiminh City และสถานที่เที่ยวในโฮจิมินห์ซิตี้ เวียดนามใต้
และเมืองตากอากาศชายทะเล และเมืองท่าเรือที่สำคัญ หวุงเตา


นครโฮจิมินห์ หรือ Ho Chi Minh City (HCMC) มีชื่อเดิมว่า  ไซ่ง่อน (Saigon) เคยเป็นเมืองหลวงของเวียดนามใต้ ปัจจุบันเป็น เมืองใหญ่ที่สุดในบรรดา 63 จังหวัดของประเทศเวียดนาม และเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจการค้าของเวียดนาม เพราะเคยปกครองโดยระบบเสรีนิยม จึงเปิดกว้างด้านการค้าและการลงทุน ธุรกิจส่วนใหญ่ของประเทศจะอยู่ที่นครนี้ เป็นเมืองที่มี GDP และมีกำลังซื้อแฝงจากกลุ่มเวียดนามโพ้นทะเลสูงที่สุดในประเทศ และเป็นศูนย์กลางธุรกิจการค้า การเงินการธนาคาร ศูนย์กลางด้านการศึกษาและสุขภาพพยาบาล อสังหาริมทรัพย์ รวมถึงด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี  อุตสาหกรรม และการท่องเที่ยว โดยมี ท่าอากาศยานนานาชาติ Tan Son Nhat และมีท่าเรือ Saigon Port ซึ่งเป็นท่าเรือที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ

นครโฮจิมินห์ มีพื้นที่ 2,095.5 ตารางกิโลเมตร มีขนาดใหญ่กว่ากรุงเทพมหานคร (1,569 ตารางกิโลเมตร) ร้อยละ 25 ตั้งอยู่บริเวณตะวันออกเฉียงเหนือสามเหลี่ยมปากแม่น้ าโขง มีแม่น้ำไซง่อนไหลผ่านซึ่งไหลไป ทางตะวันออกลงทะเล East Sea สามารถเดินทางไปถึงชายแดนกัมพูชา ด่านหมบไบ (Moc Bai) ใช้เวลา 2 ขั่วโมง 30 นาที ในการเดินทางด้วยรถยนต์ผ่านจังหวัดไตนิน (Tay Ninh)

นครโฮจิมินห์ ถือเป็นจังหวัดเชื่อมโยงหลักกับอีกเมืองเศรษฐกิจสำคัญของเวียดนาม "หวุงเตา Vũng Tàu" ที่ตั้งอยู่ในจังหวัด (Bà Rịa–Vũng Tàu)  ไปทางตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ 125 กิโลเมตร โดยใช้เวลาเดินทางด้วยรถประมาณ 2 ชั่วโมง และเดินทางด้วยเรือปีกน้ำใน 1 ชั่วโมง 15 นาที

หวุงเต่า เป็นทั้งเมืองชายทะเลที่มีสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ และเป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรมปิโตรเลียมทั้งน้ำมันและแก๊สธรรมชาตินอกชายฝั่งของประเทศ รวมถึงอุตสาหกรรมต่อเรือของประเทศเวียดนาม  ที่ตั้งอยู่ติดทะเลทางภาคใต้ตอนปลายแหลมของประเทศ  ซึ่งมีท่าเรือน้ำลึกเติ่นก๋าง-ก๋ายแหม็บ (Tan Cang-Cai Mep)  ที่เกิดจากการร่วมทุนระหว่างการท่าเรือสิงคโปร์กับการท่าเรือไซ่ง่อน ทำเพิ่มศักยภาพในการส่งสินค้าออกไปยังทวีปอื่นๆ ทั่วโลก อาทิ สามารถขนส่งสินค้าตรงไปยังสหรัฐฯ และทวีปอเมริกา ได้เป็นครั้งแรก โดยไม่ต้องไปแวะขนถ่ายสินค้าต่อที่ท่าเรือสิงคโปร์ หรือไต้หวันเหมือนเมื่อก่อน ประหยัดต้นทุน และใช้เวลาในการขนส่งเพียง 16-18 วันเท่านั้น  ทั้งนี้ทางรัฐบาลคาดว่า เมืองท่าหวุงเตา แห่งนี้จะสามารถเข้ามาทำหน้าที่เป็นเมืองท่าหลักทางภูมิภาคตอนใต้ของประเทศ  แทนที่ท่าเรือไซ่ง่อน ที่ค่อยลดความสำคัฐลงเรื่อยๆ เนื่องจากไม่สามารถขยายได้ และนับวันจะแออัดเกินไป

นอกจากนั้น ในอนาคตเส้นทางคมนาคม ดังกล่าว กำลังถูกพัฒนาให้เป็นประตูสำคัญเชื่อมต่อการค้าการขาย เป็นศูนย์การการขนถ่ายสินค้าข้ามประเทศทางน่านน้ำของภูมิภาคอาเซียน ผ่านมายังพื้นที่เศรษฐกิจภาคตะวันออกของไทย ที่จังหวัดระยอง ชลบุรี ด้วยการขนส่งทางเรือของประเทศในสมาชิกอาเซียนทางท่าเรือน้ำลึกทวายในเมียนมา - ท่าเรือสีหนุวิลล์ของกัมพูชา - ท่าเรือหวุงเตาของเวียดนาม  ทั้งนี้กรอบการพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจภาคตะวันออกของไทย  จะมีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการคมนาคมทั้งทางบก ทางราง ทางน้ำ และทางอากาศหลากหลาย เพิ่มเติม ได้แก่ การพัฒนาท่าเรือน้ำลึกจุกเสม็ด, การพัฒนาท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา, การตั้งศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน, การขยายท่าเรือแหลมฉบังและท่าเรือมาบตาพุด, การพัฒนาโครงข่ายขนส่งทางบก เป็นต้น



สำหรับสถานที่เที่ยวที่ไม่ควรพลาด เมื่อมาเยือนเมืองโฮจิมินห์ซิตี้  อาทิ


โบสถ์นอร์ธเธอดาม


โบสถ์นอร์ธเธอดาม (Notre Dame Cathedral) หรือ วิหารนอร์ธเธอดาม ตั้งอยู่บนถนน Han Thuyen ณ กรุงโฮจิมินห์ซิตี้ ถือเป็นโบสถ์คาทอลิคที่ใหญ่ที่สุดของเวียดนาม คำว่า Notre Dame แปลว่า พระแม่เจ้า (Our Lady) เป็นคำที่ชาวคาทอลิกใช้เรียก พระนางมารีย์พรหมจารี อันมีสถานะเป็น พระมารดาของพระเจ้า ซึ่งชาวคาทอลิกให้ความเคารพนับถือเป็นอย่างมาก ดังนั้นโบสถ์แห่งนี้จึงถือเป็นจุดศูนย์รวมจิตใจของชาวเวียดนามคาทอลิกในสมัยนั้น


วิหารนอร์ธเธอดาม ถูกก่อสร้างตั้งแต่ปี พ.ศ. 2420 (ค.ศ.1877) ใช้ระยะเวลาการก่อสร้างนานถึง 6 ปี สมัยที่เวียดนามยังอยู่ในอาณานิคมของฝรั่งเศส โดยสร้างเพื่อให้เป็นโบสถ์ประจำเมืองไซ่ง่อน (ชื่อเดิมของเมืองโฮจิมินห์ซิตี้) และได้สร้างตามต้นแบบของโบสถ์นอร์ธเธอดามในประเทศฝรั่งเศส ที่เป็นศิลปะแบบกอทิก (Gothic art) แตกต่างตรงโบสถ์ที่เวียดนามจะมียอดแหลมเป็นหอคอยคู่สี่เหลี่ยมอยู่ด้านบนสูง 40 เมตร เพิ่มขึ้นมา อันเป็นเอกลักษณ์ที่งดงามของโบสถ์แห่งนี้ และทางด้านหน้าโบสถ์มีรูปปั้นขนาดใหญ่สีขาวเด่นเป็นสง่าของพระแม่มารี โบสถ์นี้ไม่มีการประดับด้วยกระจกสีเหมือนโบสถ์คริสต์สไตล์กอทิกที่อื่น เพราะได้รับความเสียหายจากสงครามโลกครั้งที่ 2

*****************

อนุสาวรีย์ท่านประธานโฮจิมินห์


อนุสาวรีย์ท่านประธานโฮจิมินห์ หรืออนุสาวรีย์ลุงโฮ ตั้งอยู่ด้านหน้าของศาลากลาง หรือสภาประชาชน แหล่งท่องเที่ยวอยู่ปลายสุดของถนนเหวียนเหวะ (Nguyen Hue) ในเขตอำเภอที่ 1 (District 1) แทนรูปหล่ออนุสาวรีย์ล้อมรอบด้วยลานกว้าง  มีการจัดสวน ม้านั่ง ประดับประดาด้วยน้ำพุสวยงาม เหมือนสวนหย่อมสาธารณทั่วไป โดยบริเวณนี้มีชื่อว่า จตุรัสโฮจิมินห์ (Tran Nguyen Hai Statue) หรือชื่อเป็นทางการในปัจจุบันว่า Ho Chi Minh City Hall   ถือเป็นสัญลักษณ์ของนครโฮจิมินห์ที่ใช้เป็นจุดตั้งหลักและจุดนัดพบ และจุดนั่งเล่นพักผ่อนที่สำคัญของชาวเมืองโฮจิมินห์เลยก็ว่าได้ 

โดยปัจจุบัน ส่วนของรูปหล่ออนุสาวรีย์ลุงโฮ จะเป็นอนุสาวรีย์ที่ถูกหล่อขึ้นมาใหม่ ในลักษณะยืนยกมือทักทายกับประชาชน ซึ่งเพิ่งถูกติดตั้งแทน รูปหล่ออนุสาวรีย์เดิม  ที่จะเป็นรูปหล่อลุงโฮนั่งที่โต๊ะ ท่าทางกำลังสอนหนังสือให้กับเด็กหญิง มือซ้ายโอบกอดศีรษะเด็กน้อยอย่างเมตตา ผลงานการออกแบบของช่างหล่อชาวเวียดนาม Diep Minh Chau และตั้งตระหง่านเป็นภาพคุ้นตาของผู้มาเยือนตั้งแต่ปี พ.ศ.2533 (ค.ศ.1990)  โดยคณะกรรมการจากสภาประชาชนให้ความเห็นว่า รูปหล่ออนุสาวรีย์ใหม่นี้จะสื่อความหมายได้ดีกว่าของเก่า และสูงใหญ่กว่า ส่วนรูปหล่อลุงโฮนั้น จะถูกย้ายไปไปตั้งในสถานที่แห่งใหม่ไกลออกไปอีกฝั่งหนึ่งของแม่น้ำไซ่ง่อน ที่ HCMC Children's House ที่เขตอำเภอ 3 ซึ่งก็ถูกสร้างขึ้นใหม่แทนสถานที่เดิมที่เคยตั้งอยู่ในพื้นที่เขต 2 (District 2)

สำหรับรูปหล่ออนุสาวรีย์ลุงโฮใหม่นี้ มีการจัดงานฉลองเปิดตัวอย่างเป็นทางการในฤกษ์ดีครบรอบวันเกิดของลุงโฮ ปีที่ 125 ด้วย ในวันที่ 19 พฤษภาคม 2558 ที่ผ่านมา โดยรูปหล่อลุงโฮใหม่นี้ ทำจากทองแดง สูง 7.2 เมตร รวมส่วนฐาน ซึ่งส่วนฐานสูง 1.8 เมตร  ทำจากทองแดง สูง ซึ่งแต่เดิม รูปหล่อของลุงโฮที่ผู้ไปเยือนคุ้น


รูปงานฉลองครบรอบวันเกิดลุงโฮ ปีที่ 125 วันที่ 19 พฤษภาคม 2558 พร้อมเป็นการเปิดตัวรูปหล่ออนุสาวรีย์ใหม่
Photo by Diep Duc Minh, Thank you.


รูปหล่ออนุสาวรีย์ลุงโฮแบบเก่า ถูกย้ายไปตั้งที่ HCMC Children's House ที่เขตอำเภอ 3


*****************

ไปรษณีย์กลางโฮจิมินห์(Main Post Office)


Photo : Lonelyplanet.com

ไปรษณีย์กลางโฮจิมินห์ เป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์คของนครโฮจิมินห์แห่งนี้ ที่เพื่อนๆ ไม่ควรพลาด ตั้งอยู่บริเวณใจกลางเมืองโฮจิมินห์ ถัดจากโบสถ์นอร์ทเธอดาม ได้รับการก่อสร้างขึ้นเมื่อ ปี พ.ศ. 2439 (ค.ศ. 1896) เสร็จในปี พ.ศ. 2444 (ค.ศ. 1901) รังสรรค์ผลงานโดย Gustave Eiffel สถาปนิกระดับโลก มีการออกแบบและก่อสร้างในสไตล์ฝรั่งเศส และได้รับการออกแบบตกแต่งอย่างงดงามด้วยกระจกสี ด้านหน้ามีนาฬิกาเรือนโตประดับอยู่ ตามแบบฉบับของศิลปะสไตล์โกธิค (Gothic) เป็นไปรษณีย์ที่ใหญ่ที่สุดในเวียตนาม มีความโอ่อ่า และอ่อนช้อย แต่ว่ามั่นคง จนทำให้นักออกแบบมากมายต้องมาศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับการออกแบบตกแต่งอาคาร แห่งนี้ ภายในตัวอาคารมีการระดับภาพแผนที่ทางทะเลโบราณ และภาพของอดีตผู้นำประเทศโฮจิมินห์ มีการบริการทั้งการส่งจดหมาย แสตมป์เพื่อการสะสม โปสการ์ด โทรศัพท์ระหว่างประเทศในอัตราค่าบริการมาตรฐาน


*****************

ทำเนียบอดีตประธานาธิบดี (Reunification Palace)



สถานที่แห่งนี้ ตั้งอยู่ไม่ไกลจากโบสถ์นอร์ทเธอดามนัก เมื่ออดีตเคยเป็นที่พำนักของประธานาธิบดีเวียดนามใต้  เมื่อครั้งที่เวียดนามเหนือชนะเวียดนามใต้ทำเนียบแห่งนี้ก็ถูกยึด และปัจจุบันได้กลายเป็นพิพิธภัณฑ์ให้นักท่องเที่ยวเวียดนามเข้ามาเยี่ยมชม เรียกกันว่าทองยัด (Thong Nhat) เป็นอาคารทันสมัยหลังใหญ่ รายรอบด้วยสวนหย่อม ตั้งอยู่ในบริเวณที่เคยเป็นทำเนียบของผู้ว่าการชาวฝรั่งเศส เรียกว่า ทำเนียบโนโรดม (Norodom Palace) ซึ่งในปี พ.ศ.2411 (ค.ศ.1868)  หลังฝรั่งเศสยุติการยึดครอง โงดินห์เดียม ประธานาธิบดีของเวียดนามใต้ได้เข้ามาพำนักอยู่ในทำเนียบแห่งนี้

อาคารปัจจุบัน เป็นอาคารที่ถูกสร้างใหม่แทนอาคารเดิม ที่ถูกทิ้งระเบิดโดยทหารอากาศเวียดนามใต้ในปี พ.ศ.2506 จนเกิดความเสียหาย โดยอาคารหลังใหม่ หรือที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ออกแบบโดยโงเวียดทู (Ngo Viet Thu) สถาปนิคชาวเวียตนามผู้สำเร็จการศึกษาจากฝรั่งเศส และสร้างเสร็จสมบูรณ์ในปี พ.ศ. 2509 รู้จักกันในชื่อว่า ทำเนียบอิสรภาพ (Independence Palace) ก่อนจะมาถูกทำให้เสียหายอีกครั้ง เมื่อกองกำลังคอมมิวนิสต์เวียดนามเหนือชนะเวียดนามใต้ และได้เคลื่อนกองกำลังเข้ายึดทำเนียบฯ ในวันที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2518 มีการนำขบวนรถถังเข้าชนประตูเหล็กด้านหน้าของทำเนียบและโค่นรัฐบาลเวียตนามใต้ลง   จนมาภายหลังทำเนียบรัฐบานแห่งนี้ก็ถูกซ่อมแซมให้กลับมาสมบูรณ์ดังเดิมตามรูปแบบที่เคยเป็นในปี พ.ศ.2509 พร้อมทั้งเปิดให้เป็นพิพิธภัณฑ์ให้สามารถเข้าชมได้ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

ภายในตัวอาคารทำเนียบรัฐบาลหลังใหญ่ 4 ชั้นที่ดูทันสมัย ได้ถูกจัดให้เห็นถึงห้องหับต่างๆ มากมาย ไล่ตั้งแต่ ห้องโถ่งใหญ่ ห้องโถ่งเล็ก ในชั้นล่าง ห้องรับรอง ห้องนอน ห้องรับประทานอาหาร ห้องสวดมนต์แบบคาทอลิค ที่ชั้นสอง ห้องรับรองภริยาของประธานาธิบดีที่ชั้นสาม และที่ชั้นสี่มีห้องฉายหนังส่วนตัว บนดาดฟ้ามีลานจอดเฮลิคอปเตอร์ และยังมีชั้นใต้ดินที่เต็มไปด้วยห้องลับบัญชาการอีกมากมายหลายห้อง



*****************

ตลาดเบนถัน

"ตลาดเบนถัน" Ben Thanh Market - นครโฮจิมินห์ ในภาษาเวียดนาม Ben แปลว่าท่าเรือ, และ Thanh แปลว่าป้อมปราการเต่า) ตลาดแห่งนี้มีสินค้าให้ช้อปมากมาย ทั้ง สินค้าประเภทหัตถกรรมพื้นเมือง ของที่ระลึก อาหารสด อาหารแห้ง เครื่องเทศต่างๆ


ตลาดเบนถัน เป็นตลาดเก่าแก่ที่ถูกกำเนิดขึ้นตั้งแต่สมัยต้นศตวรรษที่ 17 จากการรวมตัวกันของเหล่าบรรดาพ่อค้าพ่อขายแถวริมแม่น้ำไซง่อน ต่อมาเข้าสู่ช่วงล่าอาณานิคมของฝรั่งเศส  ตลาดแห่งนี้ได้รับการยอมรับและก่อสร้างขึ้นอย่างเป็นทางการราวๆ ปี ค.ศ. 1859 และในอีกราวๆ 10 ปีต่อมา ราวค.ศ.1870 ตลาดแห่งนี้ถูกทำลายด้วยไฟ จึงยุติการใช้งานไป จนในปี ค.ศ 1912 ได้มีการกลับมาสร้างตลาดนี้ใหม่ บนอาคารแห่งใหม่ ใช้ชื่อว่า ตลาดใหม่เบนถัน  จนเป็นที่รู้จัก นิยม กลายเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ และเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดของไซง่อน   

ตลาดเบนถัน แห่งนี้ มีลักษณะอาคารที่มีเอกลักษณ์ ดังนั้น นอกจากนั้นท่องเที่ยวจะมาเยือนที่นี่เพื่อช้อปปิ้งแล้ว นักท่องเที่ยวยังต้องมาเพื่อเก็บภาพร่วมกับสถานที่แห่งนี้ให้ได้อีกด้วย เพราะถ้าไม่ได้มา อาจถือว่า มาไม่ถือ โฮจิมินห์ซิตี้ก็ว่าได้


*****************

ย่านไชน่าทาวน์ (Chợ Lớn หรือ Chinatown in Ho Chi Minh) 

การไปเยือนย่านไชน่าทาวน์ในแต่ละที ก็เป็นอีกสถานที่ที่น่าหาโอกาสไปสัมผัส  สำหรับย่านไชน่าทาวน์ของนครโฮจิมินห์ มีชื่อเรียกว่า Chợ Lớn ตั้งอยู่บน เขต 5 (District5) การมาเยือนไชน่าทาวน์ที่โฮจิมินห์ ต้องไม่พลาดเข้าชม วัดเทียนเฮา หรือวัดเจ้าแม่สวรรค์  (Thien Hau Temple) ตั้งอยู่บนถนน Nguyen Trai เป็นวัดจีนเก่าแก่ที่สร้างอุทิศให้กับแม่พระผู้คุ้มครองชาวเรือเปรียบได้กับศาลเจ้าแม่ทับทิมในบ้านเรา เป็นวัดที่ชาวประมงและผู้ประกอบอาชีพเกี่ยวกับทะเลให้ความนับถือกันเป็นอย่างมาก ชาวเวียดนามเชื่อว่าเทพีองค์นี้มีก้อนเมฆเป็นพาหนะ เพื่อช่วยคุ้มครองผู้คนให้รอดพ้นจากอันตรายจากมหาสมุทรทั้งปวง เมื่อเดินเข้าไปก็จะพบกับรูปเคารพเจ้าแม่เทียนเฮา เจ้าแม่ทับทิมและรูปเคารพ เทวรูปอื่นๆ อีกหลายองค์ คล้ายๆ กับวัดจีนที่อื่นๆ วิธีนมัสการจะทำได้ด้วยการจุดธูปไหว้สักการะหน้ารูปเคารพ รวมไปถึงการจุดธูปที่ขดเป็นวงกลม แขวนห้อยบนเพดาน เพื่อเป็นมงคลให้กับชีวิต โดยธูปกลมนี้จะสามารถอยู่ได้นานถึง 7 วัน


วัดเทียนเฮา  Photo : Shutterstock

อีกวันที่ได้รับความสนใจในย่านไชน่าทาวน์ คือ วันเจ้าแม่กวนอิม Guan AM Temple


วัดเจ้าแม่กวนอิน ไชน่าทาวน์ โฮจิมินห์


*****************

พิพิธภัณฑ์สงคราม War Remnants Museum



พิพิธภัณฑ์สงคราม โฮจิมินห์ หรือ Bảo tàng chứng tích chiến tranh ตั้งอยู่ที่ 28 Vo Van Tan ในเขต 3 (District 3) ถูกสร้างเปิดในเดือนกันยายน พ.ศ.2518 (ค.ศ.1975) เพื่อจัดแสดงเรื่องราว พาหนะ ซากอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ถูกใช้ในสงครามอินโดจีน ยุคล่าอาณานิคมของฝรั่งเศส  ไม่ว่าจะเป็นรถถัง เฮลิคอปเตอร์ เครื่องบิน ระเบิด ของกองทัพอเมริกัน ที่ฝ่ายเวียดกงยึดมาได้  รวมถึงส่วนจัดแสดงการใช้อาวุธเคมี ที่ชื่อ Agent Orange ในช่วงสงครามเวียดนาม ที่กองทัพอเมริกันใช้ไปมากกว่า 6 ล้านแกลลอน โปรยโดยเครื่องบินเหนือพื้นที่ป่าไม้ ซึ่งจะทำให้ใบไม้ร่วง เพื่อเปิดเผยที่ซ่อนของฝ่ายเวียดกง นอกจากนั้นยังมีเรื่องราวรูปแบบการสู้รบโดยใช้สารเคมีอื่นๆ อีกอันเป็นผลกระทบต่อสุขภาพของชาวเวียดนามในภายหลัง หรือเรื่องราวการสังหารหมู่ทีค่อนข้างโหดเหี้ยม ก็ถูกจัดแสดงไว้เป็นบทเรียนทางประวัติศาสตร์ในพิพิธภัณฑ์สงครามแห่งนี้เช่นกัน ท่านใดที่สนใจเรียนรู้เรื่องราวทางประวัติศาสตร์จากของจริงก็สามารถแวะไปชมกันได้


*****************


สำหรับบรรยากาศที่ เมืองตากอากาศ หวุงเตา Vungtau


หวุงเต่า (เวียดนาม: Vũng Tàu) เป็นเมืองในจังหวัดบ่าเสียะ-หวุงเต่า (Bà Rịa–Vũng Tàu) ทางตอนใต้ของประเทศเวียดนาม หวุงเต่าเป็นเมืองชายทะเลที่มีสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ และถือว่าเป็นเมืองศูนย์กลางของอุตสาหกรรมน้ำมันและแก๊สธรรมชาติ รวมถึงอุตสาหกรรมต่อเรือของประเทศเวียดนามอีกด้วย


ภาพบรรยากาศชายทะเลที่หวุงเตา - เมืองตากอากาศ



ภาพบรรยากาศท่าเรือ Tan Cang-Cai Mep)  ที่หวุงเตา - ภาพจากผู้จัดการออนไลน์


โปรแกรมพาเที่ยวเวียดนามใต้ - โฮจิมินห์ซิตี้ - หมีถ่อ - วุงเตา 4 วัน 3 คืน  พร้อมเดินทางตั้งแต่ 2 ท่านขึ้นไป
http://indochinaexplorer.com/program_detail.php?country=vietnam&code=VS040-4D3N

โปรแกรมทัวร์  เที่ยวเวียดนามใต้  เที่ยวโฮจิมินห์ซิตี้  และผ่านเที่ยวกรุงพนมเปญ กัมพูชา
5 วัน 4 คืน ทางรถ

http://indochinaexplorer.com/program_detail.php?country=vietnam&code=V-Hilight-002-5D4N



ข้อมูลทางเศรษฐกิจเพิ่มเติม นครโฮจิมินห์  Hochiminh City  อ่านเพิ่มเติม
http://www.ditp.go.th/contents_attach/94346/94346.pdf
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 06, 2016, 07:22:17 PM โดย admin »
บันทึกการเข้า