กระดานพูดคุย Indochinaexplorer.com
เมษายน 26, 2017, 07:05:39 PM
  • * ยินดีต้อนรับ, บุคคลทั่วไป
'กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิก.'

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

หัวข้อ: เลือกใช้"ครีมกันแดด" ให้เหมาะกับผิวคุณ และไม่ส่งผลเสีย  (อ่าน 216 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
  •  
  • admin

  • Hero Member
  • *****
  • Administrator
  •  
  • กระทู้: 531
    • ดูรายละเอียด
    • เว็บไซต์
    • อีเมล์
เท่าทันการเลือกใช้ "ครีมกันแดด" ให้เหมาะกับผิวคุณ 
และไม่ส่งผลเสีย


1. SPF หรือ Sun Protection factor เป็นการวัดค่าระดับการปกป้องผิวหนังจากแสงแดด ของเฉพาะรังสี UVB ที่เป็นสาเหตุของรอยเหี่ยวย่น และมะเร็งผิวหนัง ในอัตราราวๆ 90-98%  ในเวลาไม่เท่ากัน

** นั่นหมายความว่า ครีมกันแดดไม่สามารถป้องกันแดดได้ 100% ดังนั้น ถ้าทำได้ควรหลีกเลี่ยงการปะทะกับแดดตรงๆ เป็นเวลานานๆ  ถ้าตรงไหนมีร่มก็แว๊บๆ เข้าไปหลบพักบ้างจะดีกว่า  นอกจากนั้น ครีมกันแดดส่วนใหญ่ จะกันเฉพาะรังสี UVB จึงไม่เพียงพอ  เพราะไม่ป้องกันจุดด่างดำ  ฝ้า รอยหมองคล้ำ และรอยเผาไหม้บนผิวหนัง อันเกิดจาก รังสึ UVA ได้


ตัวอย่างค่า SPF และ % การปกป้องแสง UV
► ค่า SPF เท่ากับ 15 จะดูดซับ UVB ได้ 93.3%
► ค่า SPF เท่ากับ 20 จะดูดซับ UVB ได้ 95%
► ค่า SPF เท่ากับ 30 จะดูดซับ UVB ได้ 96.7%
► ค่า SPF เท่ากับ 45 จะดูดซับ UVB ได้ 97.8%
► ค่า SPF เท่ากับ 50 จะดูดซับ UVB ได้ 98%




** ทั้งนี้ ค่าประสิทธิภาพในการป้องกันรังสี UVA แบบไม่เป็นทางการมี 4 ระดับ คือ
► PA+          หมายถึง มีประสิทธิภาพในการป้องกันรังสี UVA
► PA++        หมายถึง มีประสิทธิภาพในการป้องกันรังสี UVA ปานกลาง
► PA+++      หมายถึง มีประสิทธิภาพในการป้องกันรังสี UVA สูง
► PA++++    หมายถึง มีประสิทธิภาพในการป้องกันรังสี UVA สูงสุด

ดังนั้นครีมกันแดดที่ดี ควรมีทั้งค่า SPF และค่า PA เพราะถ้ามีเพียงอย่างใดอย่างเดียวจะปกป้องผิวสวยในแสงแดดได้ไม่เพียงพอ

2. ความหมายตัวเลขหลัง SPF มิได้หมายถึงความสามารถในการปกป้องผิวสวยของคุณได้มากเป็นเท่าตัวตามเท่าของตัวเลขที่เพิ่มขึ้น แต่หมายถึงจำนวนเท่า หรือระยะเวลาที่นานขึ้นในปกป้อง นั่นคือ ปกติผิวของเราจะรับมือกับแสงแดดได้นาน 10 นาที การใช้ครีมกันแดด ก็จะช่วยปกป้องผิวของเราได้นานยิ่งขึ้นอีกจำนวนเท่าตามค่า SPF เช่น ครีมกันแดด SPF15 = สามารถปกป้องผิวเพิ่มขึ้นได้อีก 15 เท่า หมายถึง 10x15 = 150 นาที  หรือ SPF50 = สามารถปกป้องได้ 10x50 = 500 นาที

ทั้งนี้ทั้งนั้น ในความจริงประสิทธิภาพในการปกป้องก็ไม่ได้ตามนั้นสะทีเดียว  เพราะมีปัจจัยหลายอย่างเข้ามาเกี่ยวข้อง เช่น
► ครีมกันแดดเริ่มเสื่อมสภาพ (ควรเก็บครีมกันแดดไว้ในที่เย็น และไม่โดนแสงแดด เพราะแสงแดดจะทำลายประสิทธิภาพของครีมลงได้
► ทาในปริมาณที่น้อยเกินไป 
► ทาผิดวิธี (การทาครีมกันแดดควรทาไปในทางเดียว ไม่ทากลับไปมาเหมือนครีมบำรุงผิว และควรทาในทิศทาออกจากลำตัว)
► โดนเหงือ ร่างกายเปียก โดนชะล้าง เป็นต้น  ประสิทธิภาพในการปกป้องจึงน้อยลง


3.  อีกหนึ่งข้อความระวังในการเลือกใช้ ครีมกันแดด คือ..การใช้ ครีมกันแดดที่มี SPF สูงๆ อาจส่งผลให้ผู้ที่ผิวแพ้ง่ายเกินอาการแพ้ หรือ ระคายได้ รวมทั้ง ครีมที่มี SPF สูงๆ อาจส่งผลให้ผิวหนังดูดซึมสารเคมีในปริมาณที่มากเกินไปได้

นักทดลองพบว่า การปกป้องผิวจากแสงแดดที่ดีที่สุด คือ การเลือกใช้ครีมที่มี sPF ต่ำสุด คือ SPF 15 ในอัตราที่เหมาะสม คือ 2 มิลลิกรัม/ตร.ซม.  บนผิว หรือราวๆ 1 ออนซ์ หรือราวๆ 2 ช้อนโต๊ะ ทั่วร่างกาย ทุกๆ 2 ชม.

และทั้งนี้ จะขึ้นอยู่กับลักษณะผิวของผู้ใช้ด้วย เช่น ผิวแพ้ง่าย ไม่ควรใช้ ครีมกันแดดที่มี SPF เกิน 30  หรือสำหรับผู้ใช้ที่มีผิวสีเข้ม หรือสีแทน ก็ไม่จำเป็นต้องใช้ SPF สูงเกินต้องการ  มีตารางเพื่อเป็นไอเดียประกอบการเลือกพิจารณา SPF ที่เหมาะสมดังนี้



ที่มาของข้อมูล
http://www.badgerbalm.com/s-30-what-is-spf-sunscreen-sun-protection-factor.aspx
บันทึกการเข้า