Close
indochinaexplorer
Close
indochinaexplorer
Close
indochinaexplorer
Close
indochinaexplorer
Close
indochinaexplorer
Close
indochinaexplorer
Close
indochinaexplorer
Close
indochinaexplorer
Close
indochinaexplorer
Close
indochinaexplorer
Close
indochinaexplorer
Close
indochinaexplorer
Close
indochinaexplorer
Close
indochinaexplorer
Close
indochinaexplorer
Close
indochinaexplorer
Close
indochinaexplorer
Close
indochinaexplorer
Close
indochinaexplorer
Close
indochinaexplorer
Close
indochinaexplorer
Close
indochinaexplorer
Close
indochinaexplorer
Close
indochinaexplorer
Close
indochinaexplorer
Close
indochinaexplorer
Close
indochinaexplorer
Close
indochinaexplorer
Close
indochinaexplorer
Close
indochinaexplorer
Close
indochinaexplorer
Close
indochinaexplorer
indochinaexplorer indochinaexplorer
indochinaexplorer indochinaexplorerindochinaexplorer  
12.06.12

     
 Home  |  ติดต่อเรา

ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทราย อ.ชะอำ เพชรบุรี

ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทราย

         ในอดีตพื้นที่แห่งนี้มีทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์  มีสัตว์ป่ามากมายโดยเฉพาะเนื้อทรายอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก จึงได้ชื่อว่า “ห้วยทราย” อีกทั้งยังเป็นแหล่งต้นน้ำ ลำธาร เป็นแหล่งอาหารของราษฎร  พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงมีพระบรมราชโองการให้ประกาศเป็นเขตพระราชนิเวศน์มฤคทายวันและห้ามมิให้ทำอันตรายสัตว์ในพื้นที่ห้วยทราย เมื่อวันที่ ๗ พฤษภาคม ๒๔๖๗ 

         ต่อมาราษฎรได้เข้ามาอาศัยทำกิน บุกรุกแผ้วถางป่า ประกอบอาชีพทางการเกษตรโดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำไร่สับปะรดและใช้สารเคมีอย่างผิดวิธี ส่งผลให้ระบบนิเวศน์เสื่อมโทรมลงอย่างรวดเร็ว ภายในระยะเวลาไม่ถึง ๔๐ ปี  ป่าไม้ได้ถูกทำลายลงอย่างสิ้นเชิง ทำให้ฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาล ปริมาณน้ำฝนลดน้อยลงจนมีลักษณะเป็นพื้นที่อับฝน ดินขาดการบำรุงรักษาจนเกิดความไม่สมดุลทางธรรมชาติ เกิดการชะล้างพังทลายของหน้าดิค่อนข้างสูง สภาพดินเกิดความเสื่อมโทรม พืชพันธ์ไม้ที่ปลูกไม่สามารถเจริญเติบโตได้จากการที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จพระราชดำเนินทรงเยี่ยมราษฎรในพื้นที่ เมื่อวันที่ ๕ เมษายน ๒๕๒๖  ทรงพบเห็นสภาพปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นทรงมีรับสั่งความตอนหนึ่งว่า “หากปล่อยทิ้งไว้จะกลายเป็นทะเลทรายในที่สุด”  จึงมีพระราชดำริให้จัดตั้งศูนย์ศึกษาศึกษาการพัฒนาห้วยทรายอันเนื่องมาจากพระราชดำริขึ้นนับแต่บัดนั้นเป็นต้นมา

 

โครงการต่างๆ

          จากแนวพระราชดำริที่พระราชทานไว้เมื่อครั้งก่อตั้งศูนย์การศึกษาพัฒนาห้วยทราย ด้วยความมุ่งมั่นของเจ้าหน้าที่ศูนย์การศึกษาพัฒนาห้วยทรายทุกท่านและจากความร่วมมือร่วมใจของส่วนราชการ องค์กรเอกชน ตลอดจนประชาชนในพื้นที่จึงก่อให้เกิดโครงการพัฒนาตามแนวพระราชดำริต่างๆมากมาย โดยมี ๓ แนวทางหลักในการพัฒนาดังนี้
๑. การฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
๒. การพัฒนาแหล่งน้ำ
๓. การพัฒนาคุณภาพชีวิตของราษฎร

 

๑. การฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
          การฟื้นดิน โดยใช้หญ้าแฝกเป็นกำแพงธรรมชาติที่มีชีวิต    ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ได้ดำเนินการปลูกหญ้าแฝกขวางตามแนวระดับให้กอชิดติดกัน ตามความเหมาะสมของพื้นที่ลาดชัน เพื่อช่วยลดความเร็วของกระแสน้ำ ที่เกิดจากการชะล้างของหน้าดิน ในบริเวณร่องน้ำ แนวของหญ้าแฝกช่วยเก็บกักตะกอน เป็นกำแพงป้องกันดินตามธรรมชาติ ล้อมดินไว้เพื่อสร้างหน้าดินขึ้นมาใหม่โดยทำการปลูกป่าเสริมลงไปในพื้นที่ ส่วนบริเวณแหล่งน้ำรากของหญ้าแฝกยังช่วยดูดซับสารเคมี ซึ่งเป็นวิธีการใช้หญ้าแฝกเพื่อการอนุรักษ์ดินและน้ำ
             ในดินที่แข็งเป็นดาน ได้ทำการขุดเจาะให้เป็นช่องหรือบ่อ นำดินที่มีธาตุอาหารพืชมาใส่ นำหญ้าแฝกมาปลูกให้น้ำเพื่อสร้างความชุ่มชื้น รากของหญ้าแฝกมีความแข็งแรง สามารถชอนไชลงในแนวดิ่ง ทนต่อสภาพอากาศที่แห้งแล้งได้ดี ช่วยปรับปรุงโครงสร้างของดินที่แข็งเป็นดานให้แตกตัว รากของหญ้าแฝกที่ตายและย่อยสลายผุพัง เกิดมีช่องว่าง น้ำและอากาศสามารถหมุนเวียนลงสู่ใต้ดินได้ ทำให้เกิดความชุ่มชื้นเกิดขบวนการย่อยสลาย นำพันธุ์ไม้ที่ทนต่อสภาพความแห้งแล้งได้ เช่น ไม้ดั่งเดิมที่เคยมีในพื้นที่มาปลูกเสริม ใบของหญ้าแฝกที่แก่สามารถตัดและนำมาคลุมผิวดินตามโคนต้นไม้หรือหน้าดิน ช่วยป้องกันการระเหยของน้ำ ย่อยสลายได้เร็ว หมุนเวียนเป็นธาตุอาหารของพืชได้ต่อไป
           การกระจายความชุ่มชื้น แต่เดิมพื้นที่มีความแห้งแล้ง ฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาล เป็นเขตอับฝน เกิดสภาพเป็นทะเลทราย เมื่อมีฝนตกเกิดการชะล้างพังทลายของหน้าดิน ต้นไม้ไม่สามารถเจริญเติบโตได้ ภูเขามีสภาพเป็นเขาหัวโล้นซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำริให้จัดหาแหล่งน้ำ เพื่อสร้างและกระจายความชุ่มชื้นในพื้นที่ให้มากขึ้น โดยศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ได้ดำเนินการดังนี้คือ
           การสร้างฝายชะลอความชุ่มชื้น หรือ ฝายแม้ว หรือที่เรียกกันโดยทั่วไปว่า Check Dam คือการนำวัสดุตามธรรมชาติหรือที่มีอยู่ในพื้นที่ มาใช้ปิดกั้นทางน้ำ ร่องเขาและพื้นที่ที่มีความลาดชันซึ่งอยู่ตอนบนของภูเขา เพื่อช่วยชะลอการไหลของน้ำให้ช้าลงและช่วยดักตะกอนไว้ ไม่ให้ไหลลงสู่พื้นที่ตอนล่าง ในระยะเวลาหนึ่งเศษซากกิ่งไม้ ใบไม้และตะกอนดินจะช่วยอุดตามช่องและร่องของวัสดุที่ใช้ทำฝายชะลอความชุ่มชื้น สามารถเก็บกักน้ำไว้ในพื้นที่ช่วยกระจายความชุ่มชื้นในบริเวณร่องเขา หรือร่องน้ำให้น้ำมีโอกาสซึมลงสู่ใต้ดิน เป็นการเพิ่มและรักษาระดับน้ำใต้ดินไว้ให้พืชสามารถดูดซับความชุ่มชื้นไว้ได้

การทำคันดินกั้นน้ำและคันดินเบนน้ำ


    ๑. คันดินกั้นน้ำ(Terracing) คือการสร้างคันดินขวางพื้นที่ลาดเอียง(ลาดเท) ในบริเวณพื้นที่ราบเชิงเขา ทำการขุดพื้นที่บางส่วน ให้เป็นแอ่งขยายให้กว้าง มีลักษณะคล้ายอ่างน้ำขนาดเล็ก ใช้ในการเก็บกักน้ำไว้ในพื้นที่ สร้างความชุ่มชื้นและน้ำบางส่วนสามารถซึมลงสู่ใต้ดินช่วยรักษาระดับน้ำใต้ดิน แล้วทำการปลูกป่าเสริมรอบๆบริเวณแอ่งน้ำหรือเหนือคันดินกั้นน้ำ เพื่อสร้างป่าขึ้นมาใหม่

    ๒. คันดินเบนน้ำ(Diversion) คือการขุดดินให้เป็นร่องหรือบางส่วนยกระดับ คันดินให้สูงขึ้น สร้างขึ้นเพื่อเชื่อมต่อกับคันดินกั้นน้ำทั้งสองด้านเข้าหากัน เมื่อมีฝนตกและปริมาณมาก น้ำสามารถไหลกระจายไปตามแนวคันดินเบนน้ำได้ทั้งสองด้านได้อย่างทั่วถึง ถ้าปริมาณน้ำเกินความจุของแอ่งน้ำหรืออ่างเก็บน้ำในแนวระดับ จะมีท่อลอดต่อผันน้ำไปยังแนวคันดินกั้นน้ำและคันดินเบนน้ำด้านล่างที่เป็นแนวถัดไปสามารถควบคุมน้ำให้กระจายไปในพื้นที่ได้อย่างทั่วถึง คันดินกั้นน้ำและคันดินเบนน้ำสามารถใช้เป็นถนนสัญจรไปมาและยังใช้เป็นแนวป้องกันไฟป่าได้อีกด้วย

 

การฟื้นฟูสภาพป่าไม้
การปลูกป่าสามอย่างประโยชน์สี่อย่าง

ประโยชน์อย่างที่ ๑ การปลูกไม้โตเร็ว เพื่อพัฒนาและสร้างหน้าดินขึ้นใหม่และยัง
        สามารถนำไม้มาใช้เป็นเชื้อเพลิงได้

ประโยชน์อย่างที่ ๒ การปลูกไม้ดั้งเดิมที่มีอยู่ในพื้นที่ เนื่องจากไม้ดั้งเดิมมีความแข็ง
        แรงและทนต่อสภาพของดินฟ้าอากาศได้เป็นอย่างดี

ประโยชน์อย่างที่ ๓ การปลูกไม้เศรษฐกิจหรือไม้ผล เพื่อนำไม้มาใช้ประโยชน์ใน
        อนาคต
ประโยชน์อย่างที่ ๔ คือ เป็นการอนุรักษ์ดินและน้ำ ช่วยสร้างความชุ่มชื้นให้กับพื้นที่

       การอนุรักษ์ดินนั้น เกิดจากใบไม้ที่ร่วงหล่นทับถมกัน แล้วย่อยสลายกลายเป็นดินใหม่ ส่วนการสร้างความชุ่มชื้นเกิดจากร่มเงาของต้นไม้ จะช่วยลดการระเหยของน้ำในดิน ซึ่งเป็นการสร้างป่าแบบผสมผสานได้อย่างกลมกลืนและเกิดความสมดุลในระบบนิเวศป่าไม้ได้เร็วยิ่งขึ้น

ระบบภูเขาป่าระบบภูเขาป่า
       คือ การนำพลังงานแสงอาทิตย์ (ระบบโซลาเซล) สูบน้ำจากอ่างเก็บน้ำขึ้นไปใส่ถังพักน้ำที่ก่อสร้างไว้บนภูเขาให้น้ำล้นและปล่อยให้ไหลกระจายไปตามพื้นที่โดยรอบถังพักน้ำ แล้วปลูกต้นไม้ไว้รอบๆพื้นที่ก็สามารถเจริญเติบโตได้ดี ซึ่งไม้ที่ใช้ปลูกในพื้นที่เป็นไม้โตเร็วและไม้เศรษฐกิจและไม้ดั้งเดิม วิธีการปลูกป่าแบบนี้มีอัตราการรอดตายของพันธุ์ไม้ค่อนข้างสูง เป็นการปลูกป่าจากด้านบนลงสู่ด้านล่าง

การปลูกป่าโดยไม่ต้องปลูก
       ซึ่งเป็นผลที่ได้รับจากการสร้างระบบภูเขาป่า เนื่องจากพืชพันธุ์ไม้ที่รอดตายและสามารถเจริญเติบโตได้ในระยะเวลาหนึ่งจะสามารถผลิดอกออกผล เมล็ดหรือผลที่แก่จะร่วงหล่นหรือเมื่อสัตว์ได้กินผลแล้วไปถ่ายไว้ในพื้นที่ต่างๆ ประกอบกับมีสภาพอากาศที่เหมาะสมทำให้มีการเจริญเติบโตเป็นต้นใหม่ หรือ ในกรณีที่เราไม่เข้าไปบุกรุกเป็นการปล่อยพื้นที่ทิ้งไว้ตามธรรมชาติ ในระยะเวลาหนึ่งพืชชนิดต่างๆ ที่ถูกตัดต้นไปแล้วเหลือแต่ตอไว้ ก็สามารถแตกหน่อแล้วเจริญเติบโตเป็นต้นใหม่ได้ ดังภาพแสดงให้เห็นบริเวณร่องเขากระปุกในปี ๒๕๔๐ เปรียบเทียบกับปี ๒๕๔๙ มีพืชพันธุ์ไม้ขึ้นเต็มร่องเขา เป็นการคืนสภาพป่าตามธรรมชาติโดยไม่ต้องปลูก สามารถประหยัดงบประมาณได้อีกด้วย

 

ระบบป่าเปียก
       น้ำบางส่วนที่ไหลลงมาจากระบบภูเขาป่า จะไหลลงมาที่แนวฝายชะลอความชุ่มชื้น หรือฝายแม้ว หรือCheck dam สร้างความชุ่มชื้นให้ทั่วพื้นที่ เพื่อสนับสนุนการปลูกป่า การกระจายน้ำจากฝายแม้ว โดยการใช้ท่อไม้ไผ่ใช้ท่อสายยาง หรือท่อ PVC เจาะรูต่อขยายไปทางด้านข้างให้น้ำกระจายออกไป เพื่อสร้างความชุ่มชื้นในพื้นที่แล้วทำการปลูกป่าเสริม


ฝายแม้วกักเก็บน้ำและชะลอความเชี่ยวของกระแสน้ำ

ป่าชายเลน
        เนื่องจากปริมาณน้ำที่ไหลจากพื้นที่ตอนบนของศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายฯ จะไหลเข้าสู่ระบบฝายชะลอความชุ่มชื้น หรือฝายแม้ว หรือCheck dam คันดินกั้นน้ำและคันดินเบนน้ำ ส่วนที่เหลือจะไหลลงสู่แหล่งน้ำตอนล่างแล้วออกสู่ทะเล เป็นคลองที่เชื่อมต่อกับคลองบางกราใหญ่และบางกราน้อย ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวมีสภาพเป็นป่าชายเลนและป่าชายหาด ในเขตพื้นที่ของกองกำกับการ ๑ กองบังคับการฝึกพิเศษค่ายพระรามหก ทำให้เกิดความสมดุลในระบบนิเวศน์มากขึ้น ซึ่งมีความเหมาะสมที่จะเป็นแหล่งเพาะและขยายพันธุ์น้ำ แหล่งอนุบาลสัตว์น้ำวัยอ่อน เมื่อเจริญเติบโตก็จะออกสู่ทะเลเป็นแหล่งอาหารของประชาชนต่อไป

๒. การพัฒนาแหล่งน้ำ
        จะเห็นได้ว่า ดิน น้ำ พืช มีความสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน ถ้าขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งระบบนิเวศน์ขาดความสมดุลทันทีหรือมีเหตุบ่งบอกถึงความไม่สมดุล ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเล็งเห็นถึงปัญหาในอนาคต20202ได้มีพระราชดำริให้จัดหาแหล่งน้ำขึ้นโดยโครงการชลประทานเพชรบุรี ได้ดำเนินงานสนองแนวพระราชดำริ ในเรื่องของการหาแหล่งน้ำและจัดทำระบบเครือข่ายน้ำ (อ่างพวง) มีการสร้างอ่างเก็บน้ำในพื้นที่จำนวน ๔ อ่างคือ ๑ อ่างเก็บน้ำห้วยตะแปด ๒ อ่างเก็บน้ำเขากระปุกและ ๓ อ่างเก็บน้ำห้วยทรายและ๔ อ่างเก็บน้ำหนองไทร ซึ่งในแต่ละอ่างมีขนาดและความจุไม่เท่ากัน วัตถุประสงค์ ก็เพื่อสนับสนุนฅภารกิจภายในศูนย์ฯ เช่น การฟื้นดิน งานคืนป่าและการพัฒนาคุณภาพชีวิตของราษฎรในการประกอบอาชีพ

หลักการทำงานของอ่างพวง
        การทำงานของอ่างพวงมีหลักการอยู่ว่า อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่อยู่ตอนบนสามารถปล่อยน้ำลงมาเติมอ่างเก็บน้ำที่มีขนาดเล็กได้ ที่อยู่ตอนล่างได้ โดยการเชื่อมต่อท่อส่งน้ำในแต่ละอ่างเก็บน้ำเข้าหากันโดยที่อ่างเก็บน้ำทุ่งขาม (อยู่นอกพื้นที่โครงการ) ส่งน้ำหรือผันน้ำลงมาที่อ่างเก็บน้ำห้วยตะแปดและอ่างเก็บน้ำห้วยทราย - หุบกะพง และอ่างเก็บน้ำห้วยตะแปดสามารถส่งน้ำไปยังอ่างเก็บน้ำเขากระปุกเชื่อมต่อท่อไปที่อ่างเก็บน้ำห้วยทราย ส่วนอ่างเก็บน้ำหนองไทรกำลังดำเนินการเชื่อมต่อกับอ่างเก็บน้ำทุ่งขามในปี 2549 ดังแสดงตามภาพระบบบริหารจัดการน้ำในระบบเครือข่ายอ่างเก็บน้ำ (อ่างพวง) ทำให้การบริหารจัดการน้ำเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ราษฎรสามารถมีน้ำใช้เพื่อการอุปโภค บริโภคตลอดจนการใช้น้ำเพื่อการเกษตรทั้งนี้จะต้องมีแผนงานในการใช้จ่ายน้ำของแต่ละปีหรือฤดูกาลเพาะปลูกเพื่อให้มีน้ำในการบริหารได้ตลอดทั้งปี

น้ำบาดาล
       น้ำบาดาลเป็นแหล่งทรัพยากรน้ำใต้ดิน ที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ร่วมกับกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ทำการสำรวจและขุดเจาะสนับสนุนน้ำให้กับประชาชน ตั้งแต่ปีพ.ศ. ๒๕๕๓ เพื่อบรรเทาปัญหาความแห้งแล้งควบคู่กับน้ำในระบบชลประทาน

๓. การพัฒนาคุณภาพชีวิตของราษฎร
       พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานพระราชดำริโดยเน้นการปลูกป่าเพื่อฟื้นฟูป่าไม้ให้กลับสมบูรณ์ดังเดิม สามารถทำการเพาะปลูกพืชชนิดต่างๆ ได้ ควบคู่กับการปลูกป่า การจัดหาแหล่ง สนับสนุนการปลูกป่าและการปลูกพืช จัดระเบียบราษฎรในพื้นที่โครงการเข้าอยู่อาศัยและทำกินอย่างถูกต้องตามหลักวิชาและสอดคล้องกับธรรมชาติ ให้ราษฎรเข้าร่วมดูแลรักษา ตลอดจนได้อาศัยผลผลิตจากป่าและเพาะปลูกพืชต่างๆ โดยไม่ต้องเข้าไปบุกรุกทำลายป่าไม้อีกต่อไป (5 เม.ย. 26 ) ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ได้ดำเนินการดังนี้

 


ด้านการส่งเสริมอาชีพ
        ส่งเสริมให้เกษตรกรประกอบอาชีพ โดยยึดหลักการตามแนวพระราชดำริ เช่น การทำเกษตรโดยใช้ทฤษฎีใหม่ เกษตรแบบผสมผสาน และระบบวนเกษตร ตลอดจนการเลี้ยงสัตว์ ประมง เป็นต้น โดยมีเกษตรกรเป็นแกนนำกลุ่มตัวอย่าง ทั้งนี้เป็นไปตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเรื่อง เศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งทำให้เกษตรกรมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ดำเนินชีวิตแบบ เรียบง่าย ประหยัด พอมีพอกิน พอใช้จ่ายในครัวเรือนสามารถพึ่งพาตนเองได้ ซึ่งการประกอบอาชีพทางการเกษตรกรรมนี้ทางศูนย์ฯ ได้เน้นให้เกษตรกรใช้หญ้าแฝกปลูกสลับเป็นแถบกับแปลงของพืช ซึ่งระบบรากของหญ้าแฝกจะลงลึกในแนวดิ่ง ไม่แผ่กระจาย จึงสามารถปลูกร่วมกับพืชชนิดต่างๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นพืชผัก ไม้ผลตลอดจนพืชไร่ และไม่เกิดผลกระทบต่อการเจริญเติบโตของพืชแต่อย่างใด ใบของหญ้าแฝกใช้เป็นวัสดุคลุมหน้าดิน ป้องกันการระเหยของน้ำ รักษาความชุ่มชื้น ย่อยสลายตัวง่าย ให้ธาตุอาหารและอินทรียวัตถุแก่พืชได้เป็นอย่างดี สนับสนุนการใช้ปุ๋ยพืชสด ปุ๋ยหมักและปุ๋ยคอก ตลอดจนปุ๋ยน้ำชีวภาพ เพื่อปรับปรุงโครงสร้างของดิน ให้มีความเหมาะสมต่อการปลูกพืชชนิดต่างๆ


การใช้วงจรชีวิตของแมลงกำจัดศัตรูพืช "ตัวห้ำ และ ตัวเบียน"


ต้นหนอนตายอยาก ปลูกที่ไหน ที่นั่นจะไม่มีหนอน แปลกแต่จริง


สนับสนุนการจัดตั้งกลุ่มอาชีพ
        เพื่อผลิตสินค้า เสริมรายได้ให้กับครอบครัว เช่น กลุ่มแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร กลุ่มเจียระไนพลอย  กลุ่มทำผ้าบาติก กลุ่มทำกะปิ กลุ่มออมทรัพย์ เป็นต้น

ด้านสุขภาพอนามัย
        ส่งเสริมให้ชุมชนได้รับความรู้ด้านสุขภาพอนามัยแก่ราษฎรในพื้นที่โครงการ ให้ความรู้ในกลุ่มบุคคลทั่วไป แม่และเด็ก ตลอดจนทั้งคนชรา จัดให้มีการตรวจสุขภาพอนามัย เบื้องต้นการวางแผนครอบครัว ตลอดจน
การส่งเสริมสุขภาพ คือการป้องกันสุขภาพให้ดีขึ้นโดยไม่ต้องเข้ารับการรักษา โดยมีสถานีกาชาด อำเภอหัวหินและสาธารณสุขอำเภอชะอำเป็นผู้ดำเนินการ เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุข

ด้านการศึกษา

       สนับสนุนวิทยากรให้กับโรงเรียนในพื้นที่เพื่อให้ความรู้ทั้งในและนอกโรงเรียน ตลอดจนในพื้นที่ของศูนย์ศึกษาการพัฒนาฯ ทั้งด้านวิชาการและการประกอบอาชีพ ปัจจุบันมีโรงเรียนอยู่ในความรับผิดชอบ จำนวน 13 โรงเรียน กับ 1 ศูนย์เด็กก่อนวัยเรียน เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับเด็กนักเรียน ตลอดจนการดูแลด้านสุขภาพอนามัย ด้านโภชนาการ

การเมือง การปกครอง

       สนับสนุนให้ราษฎรในชุมชนมีส่วนร่วมและมีบทบาทหน้าที่ในชุมชนของตนเอง การแสดงความคิดเห็น ตลอดจนการกำหนดความจำเป็นพื้นฐานของท้องถิ่น เพื่อให้การพัฒนาท้องถิ่นเป็นไปตามความต้องการของชุมชนเอง


ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทราย
ตั้งอยู่ที่ ตำบลสามพระยา อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี ๗๖๑๒๐
เปิดให้ประชาชนเข้าชมได้ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
โทรศัพท์   03-259-3252-5  โทรสาร 03-259-3252

 


  Back to top
indochinaexplorer

 
indochinaexplorer 1
By : เเจ้ว [ 30.01.14 ] แจ้งลบ
 
สนุกมาก
 
indochinaexplorer indochinaexplorer indochinaexplorer
             ทั้งหมดจำนวน   1    หน้า   ปัจจุบันหน้าที่  
 
  ข้อความคิดเห็น

(การแทรกรูปภาพ คลิกซ้ายแล้วลากไปวางตามต้องการ)
 
  โดย
  กรอกอักษรยืนยัน
 
  
 
 
 
 
 
 
 
 
 
  Back to top
 
บริษัท อินโดไชน่า เอ็กซ์พลอเรอร์ (ประเทศไทย) จำกัด 254/1 ถ.เอกชัย ต.บางยอน บางบอน กรุงเทพ 10150 Tel. (+66) 0 2898-1817 , 0 2898-2324 EiEi