indochinaexplorer indochinaexplorer
indochinaexplorer indochinaexplorerindochinaexplorer  
indochinaexplorer 31.05.13

     
 Home  |  ติดต่อเรา

ชวน.ไหว้พระ 9 วัดสำคัญ เมืองอุบลราชธานี

ชวนเชิญชาวพุทธร่วม.. ไหว้พระ 9 วัดสำคัญ เมืองอุบลราชธานี

จังหวัดอุบลราชธานี นับได้ว่าเป็นอีกเมืองหนึ่งของประเทศไทยเราที่ค่อนข้างให้ความสำคัญและมีความโดดเด่นรุ่งเรื่องทางด้านพระพุทธศาสนา  ดูได้จากการสัญลักษณ์ของจังหวัดที่เป็นรูปดอกบัว ดอกไม้ประจำแห่งพุทธศาสนา และคำขวัญของจังหวัดที่ให้มีคำขวัญขึ้นต้นว่า "เมืองดอกบัวงาม แม่น้ำสองสี.."  ซึ่ง เมืองดอกบัวงาม ก็มีความหมายโดยนัยว่า เป็นเมืองที่มีพระพุทธศาสนา ประดิษฐานอย่างมั่นคง ดำรงตลอดมากว่า 200 ปี (ก่อนตั้งเมืองอุบลราชธานี ร.ศ. 1 หรือเท่ากับพ.ศ.2325)

นอกจากนั้น ชาวอุบลฯ ยังคงมีการสืบสารจัดกิจกรรม กิจวัตรต่างๆ อย่างต่อเนื่องของชาวพุทธได้อย่างยิ่งใหญ่ในแต่ทุกๆ ปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งการร่วมจัดกิจกรรมงานประเพณีแห่เทียนพรรษา ในช่วงเทศกาลวันเข้าพรรษา  ซึ่งจัดมายาวนานถึง 111 ปีในปีพ.ศ. 2555 และประเพณีจะยิ่งคงมีการสืบสานอย่างต่อเนื่องต่อไป  โดยในการจัดงานจะมีทั้งการออกร้าน การจัดนิทรรศการ การเชิญชวนชาวพุทธฯ ร่วมตักบาตรพระสงฆ์จำนวน 3,250 รูป  การประกวดสาวงามเทียนพรรษา  และการจัดประกวดรถขบวนแห่ต้นเทียนพรรษา ที่ให้ชาวพุทธฯ ได้ร่วมแสดงภูมิปัญญา และความสามารถได้อย่างวิจิตรงดงามเป็นอย่างมาก  โดยเฉพาะเมื่อมีการนำริ้วขบวนต้นเทียนที่ร่วมเข้าประกวดมาจัดแสดงประกอบแสง เสียง ในขบวนแห่เทียนภาคกลางคืน

ดังนั้นสำหรับชาวพุทธสานิกชนแล้ว การได้มีโอกาสมาร่วมไหว้พระ ณ วัดต่างๆ ในเมืองนี้ นับว่าได้บุญและเป็นสิ่งมงคลยิ่งนัก  เพราะนอกจากจะเป็นเมืองที่งอกงามมั่นคงทางพุทธศาสนามายาวนานแล้ว วัดหลายๆ แห่งที่นี้ถือว่ามีความเป็นเอกลักษณ์และโดดเด่นไม่แพ้ที่ใด อีกทั้งยังมีพระพุทธรูป และพระเกจิอาจารย์ที่ศักดิ์สิทธิ์ชื่อดังมากมายประดิษฐานอยู่  ที่นี่.. เราขอแนะนำวัดที่มีความน่าสนใจ ดังนี้

9 วัดน่าไปสักการะ เมืองอุบลราชธานี

วัดมหาวนาราม 

วัดมหาวนาราม หรือที่ชาวบ้านนิยมเรียกอย่างคุ้นเคยว่าวัดป่าใหญ่ ถือเป็นวัดอันดับหนึ่งเลยที่ชาวอุบลฯ และผู้ไปไหว้พระเมืองอุบลฯ ควรไปไหว้ เพราะถือเป็นวัดเป็น วัดเก่าแก่ คู่บ้านคู่เมือง ถูกก่อตั้งมา พร้อมกับจังหวัดอุบลราชธานี จึงถึงได้ว่าเป็นวัดประจำจังหวัดของชาวอุบลราชธานีเลยทีเดียว หากมีการจัดพิธีการสำคัญทางพุทธศาสนาส่วนใหญ่ก็จะถูกจัดขึ้น ณ วัดนี้

ภายในพระอุโบสถของวัด มีพระพุทธรูปองค์ประธาน ชื่อ พระเจ้าใหญ่อินแปลง เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ก่ออิฐถือปูน พร้อมกับลงรักปิดทอง ลักษณะศิลปะแบบลาว ขนาดหน้าตักกว้างประมาณ 3 เมตร สูงจากเรือนแท่นถึงเปลวพระโมลี 5 เมตร ถือเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง ปูชนียวัตถุที่สำคัญ ของจังหวัดอุบลราชธานี

วัดศรีอุบลรัตน์

เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมือง คือ พระแก้วบุษราคัม สถานที่ตั้งวัดเดิมเป็นสวนของท่านอุปฮาดโท (ต้นตระกูล ณ อุบล) มีศรัทธาบริจาคที่ดินประมาณ 25 ไร่ สำหรับสร้าง วัดของ สงฆ์ธรรมยุติกนิกาย ซึ่งเป็นคณะสงฆ์ใหม่ที่เพิ่งสถาปนาขึ้นในตอนปลายของรัชกาลที่ 3


วัดกลาง

สร้างเมื่อ พ.ศ.2325 โดยเจ้าราชวงศ์ (ก่ำ) เป็นผู้สร้างใกล้กับคุ้มหรือ "โฮงราชวงศ์" ตามคตินิยมแต่โบราณที่เสาะหาทำเลใกล้แม่น้ำสร้างเมือง แล้วสร้างวัดควบคู่กัน ชื่อวัดเรียกตามทางน้ำไหล วัดที่เจ้าราชวงศ์สร้าง อยู่ระหว่าง "วัดเหนือท่า"

 


วัดใต้

เพราะเป็นที่ประดิษฐาน พระพุทธรูปเก่าแก่ นามว่า " พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ " เนื้อทองนาคสำริด หน้าตัก 51 นิ้ว (1.27 ม.) สูง 85 นิ้ว (2.12 ม.) ใช้ทองนาคเงินสำริดหล่อองค์พระ หนักเก้าแสนบาท พระพุทธลักษณะเป็นปางมารวิชัย


วัดสุปัฎนารามวรวิหาร

 

เป็นวัดธรรมยุติกนิกายแห่งแรกของภาคอีสาน มีสถานะเป็นพระอาราม หลวงชั้นตรี สร้างในรัชสมัยของ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 โดยมีกระแสพระบรมราชโองการ ปัจจุบันวัดสุปัฏนาราม วรวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร

วัดแห่งนี้ถือเป็นวัดที่มีความโดดเด่นด้านสถาปัตยกรรม ด้วยมี "พระอุโบสถ" ที่มีสถาปัตยกรรมผสมผสาน โดยหลังคาเป็นแบบไทย ส่นกลางของตัวพระอุโบสถเป็นแบบยุโรป (เยอรมัน) ส่วนฐานสร้างแบบขอมโบราณ  ไม่มีหน้าต่าง แต่ทำเป็นประตูโดยรอบ  พระอุโบสถหลังใหม่มีขนาดกว้าง 20 เมตร ยาว 34 เมตร สูง 22 เมตร ผู้อำนวยการสร้าง ได้แก่ สมเด็จพระ มหาวีรวงศ์ (ติสฺโส อ้วน) สถาปนิกผู้ออกแบบ คือ หลวงสถิตย์นิมานกาล (ชวน สุปิยพันธ์) เป็นช่างหลวงเป็นผู้ออกแบบ พระอุโบสถมีศิลปะอยู่ 3 ส่วน ส่วนบน(หลังคา) เป็นศิลปะทรงไทย กลางเป็นศิลปะแบบเยอรมันส่วนฐานเป็นของขอมโบราณ

พระพุทธรูปเก่าแก่ประจำวัด เป็น " “พระสัพพัญญูเจ้า” สร้างเมื่อ พ.ศ 2457 ก่อนการสร้างพระอุโบสถหลังใหม่ เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ขนาดหน้าตักกว้าง ๔ คืบ หล่อขัดเงา ไม่ปิดทอง ตั้งประดิษฐานรวมกับพระพุทธรูปสำคัญองค์อื่นๆ อีกหลายองค์ ทั้งนี้ โดยมี สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (อ้วน ติสฺโส) เป็นองค์ผู้นำพาในการหล่อ “พระสัพพัญญูเจ้า” และในการสร้างพระอุโบสถหลังใหม่

 

สำหรับการพระราชทานนามว่า “วัดสุปัฏนาราม” มีความหมายของคำ 2 นัย คือ

(1) หมายถึงวัดที่มีสถานที่ตั้งเหมาะสมเพื่อเป็นท่าเรืออย่างดี
เพราะอยู่ริมฝั่งแม่น้ำมูล สะดวกต่อการเดินทางและการออกบิณฑบาต

(2) หมายถึงสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ที่เป็นศาสนสถานเปรียบดั่งท่าเรือ
ที่ให้มวลมนุษย์ข้ามพ้นโอฆสงสารไปได้

นอกจากนี้ วัดสุปัฏนาราม วรวิหาร ยังมี ‘หอศิลปวัฒนธรรม’สร้างเมื่อ พ.ศ.๒๕๓๕ เพื่อใช้เป็นสถานที่เก็บรวบรวมศิลปะและโบราณวัตถุต่างๆ เช่น ทับหลัง ศิลาจารึก ที่ได้มาจากถ้ำภูหมาไน (ตั้งอยู่ในอำเภอสิรินธร) เป็นจารึกที่มีข้อความคล้ายกับจารึกจิตรเสน ในสมัยเจนละ รวมทั้งสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ ที่ผู้ศรัทธารวบรวมมาถวายให้เป็นสมบัติของวัด

หอศิลปวัฒนธรรมแห่งนี้ เปิดให้ประชาชนเข้าชมได้เฉพาะเทศกาลสำคัญเท่านั้น


วัดปากน้ำ บุ่งสระพัง วัดหลวงพ่อเงิน 700 ปี 

หลวงพ่อเงิน 700 ปี สัญลักษณ์ แห่ง วัฒนธรรม และ มหาศรัทธา เป็นศูนย์รวมจิตใจ ของ บ้านปากน้ำ บุ่งสระพัง ชุมชน ใกล้เคียง และ ใน จังหวัดอุบลราชธานี  คนอีสาน ที่ มีความศรัทธา ใน หลวงพ่อเงิน ณ วัดปากน้ำ แห่งนี้


หลวงพ่อเงิน เป็นพระพุทธรูปศิลปะเชียงแสนล้านช้าง อายุ 700 ปี เป็น พระชัยหลังช้าง หนึ่งเดียวแห่งอีสาน หลวงพ่อเงิน เป็น พระพุทธรูป ที่มีความเกี่ยวข้องกับการสถาปนาเมืองอุบลราชธานีศรีวนาลัย แห่งค่ายนักรบในอดีต ได้ขุดพบ ณ จุดใกล้เคียง ค่ายดอนมดแดง ณ วัดป่าพระพิฆเณศวร์ ริมแม่น้ำมูล หลวงพ่อเงิน ได้ขุดพบเมือง ปี พ.ศ. 2515 ภายหลัง ลำแสงประหลาด พุ่งขึ้นใส่เครื่องบิน ทหารอเมริกัน ในยุคสมัยสงครามเวียตนาม


วัดมณีวนาราม

วัดมณีวนาราม หรือ วัดป่าน้อย ตั้งอยู่ที่ถนนหลวง อยู่ระหว่าง วัดมหาวนาราม กับ วัดทุ่งศรีเมือง สร้างเมื่อประมาณ พ.ศ.2332 ผู้สร้างคือ อุปฮาดก่ำ โอรสพระปทุมวรราชสุริยวงศ์ (เจ้าคำผง) และ มีพระคู่บ้านคู่ เมือง คู่ อุบลราชธานี อีกองค์ นั่นคือ พระแก้วโกเมน เป็นพระบูชาปางมารวิชัย ขนาดหน้าตัก กว้าง 4 นิ้ว สูงประมาณ 5 นิ้ว

 


วัดทุ่งศรีเมือง

 

สร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระนังเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ผู้สร้างวัดนี้คือ ท่านเจ้าอริยวงศาจารย์ญาณวิมลอุบล คณะภิบาล สังฆปาโมก เจ้าคณะเมืองอุบลราชธานีในสมัยนั้น


วัดหลวง

 

เป็นวัดแห่งแรกของ เมืองอุบลราชธานี เมื่อปีกุน พ.ศ.2324 พระปทุมวรราชสุริยวงศ์ (เจ้าคำผง) อพยพมาจาก ดอนมดแดง มาตั้งบ้านเมืองใหม่ที่ ดงอู่ผึ้ง และเห็นว่าที่แห่งนี้เหมาะที่จะสร้างบ้านเมืองใหม่ และ วัดวาอาราม เพื่อเป็นศรีสง่าแก่บ้านเมือง


นอกจากทั้ง 9 วัดข้างต้น ที่เอื้อต่อการเดินทางไหว้พระ 9 วัด ใครครบใน 1 รอบแล้ว ก็ยังมีวัดขึ้นชื่ออีกหลายแห่งที่หากมีโอกาสไปผ่าน ไปเยือนเมืองอุบลอีก ก็อาจจะหาโอกาสไปกราบไหว้ได้เพิ่มเติม เช่นกัน อาทิ

วัดหนองป่าพง

วัดหนองป่าพง ถือเป็นอีกหนึ่งวัดที่ชาวอุบลฯ ให้ความสำคัญ และมีนักท่องเที่ยวหลายคณะที่ขอเจาะเดินทางมาไหว้พระที่วัดนี้  เพราะไม่อาจไหว้ได้ทันในการไหว้พระให้ครบ 9 วัด  ซึ่งคนอุบลฯ เองก็ชอบพาแขกบ้านแขกเมืองมาเที่ยวที่วัดหนองป่าพง แห่งนี้

วัดหนองป่าพง  ตั้งอยู่ ต.โนนผึ้ง อ.วารินชำราบ ห่างจากตัวเมืองอุบลฯ ไปทาง อ.กันทรลักษ์ประมาณ 20 กม. มีเกจิอาจารย์ที่เคารพศรัทธา คือ หลวงปู่ชา สุภัทโธ พระป่าสายวิปัสนากรรมฐาน มรณภาพแล้วเมื่อวันที่ 16 มกราคม 2534 มีพิธีพระราชทานเพลิงในปี 2535 ซึ่งต่อมาได้สร้างเจดีย์โพธิญาณไว้เพื่อเป็นที่เก็บอัฐิของหลวงปู่ชา ซึ่งชาวอุบลและพุทธศานิกชนนิยมมากราบไหว้ นอกจากนี้ ภายในวัดยังมี พิพิธภัณฑ์พระโพธิญาณ เป็นอาคารที่จัดแสดงเครื่องอัฐบริขาร และหุ่นขี้ผึ้งของหลวงปู่ชา ด้วย

 

วัดหนองบัว

 

ชาวอุบลนิยมเรียก วัดพระธาตุหนองบัว เนื่องจากมีพระธาตุเจดีย์ศรีมหาโพธิ์ ที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นสัญลักษณ์ครบรอบ 25 ศตวรรษของพุทธศาสนาในปี พ.ศ. 2500

 

พระธาตุเจดีย์ศรีมหาโพธิ์นั้น ได้จำลองแบบมาจากเจดีย์ที่พุทธคยา ประเทศอินเดีย เป็นสถานที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ รอบองค์พระธาตุเป็นกำแพงแก้ว ซึ่งทั้ง 4 มุม ของกำแพงแก้ว ได้ประดิษฐานพระเจดีย์ขนาดเล็กอีก 4 องค์ ภายในองค์พระธาตุมีประตูทางเข้าทั้ง 4 ด้าน ต่อมามีการสร้างพระธาตุองค์ใหญ่ครอบพระธาตุองค์เดิม  พร้อมกับทำพิธียกฉัตรทองคำ พระบรมธาตุเจดีย์ศรีมหาโพธิ์ขึ้น ในเวลา 09.59 น. วันที่ 5 มีนาคม 2531

 

วัดสระประสานสุข

เดิมชื่อ วัดบ้านนาเมือง หรือวัดสระประสานสุข ครับ นอกจากจะมีชื่อเสียงด้านการท่องเที่ยว เพราะมีอุโบสถทำด้วยกระเบื้องเคลือบทั้งหลังตั้งอยู่บนเรือสุพรรณหงษ์ ยังมีเกจิอาจารย์ชื่อดัง เป็นที่เคารพศรัทธาของชาวอุบลและพุทธศาสนิกชนทั่วไป ได้แก่ หลวงปู่บุญมี โชติปาโล (มรณะภาพเมื่อปี 2547) ซึ่งปัจจุบันลูกศิษย์ยังได้เก็บสรีระหลวงปู่ไว้ในโลงแก้วให้กราบไหว้

ปัจจุบัน ลูกศิษย์ของหลวงปู่ ยังได้ดำเนินตามดำริของหลวงปู่ต่อไป โดยสร้างอุโบสถบนเรือกลางน้ำ หัวเป็นพญานาค 5 เศียร เป็นจุดพักผ่อนหย่อนใจของชาวอุบล พาลูกหลานไปให้อาหารปลาและเต่าซึ่งมีคนมาปล่อยไว้

 

วัดป่านานาชาติ

อีกหนึ่งวัดที่ใครมาอุบลแล้วนิยมแวะไปสักการะ

วัดป่านานาชาติ วัดป่านานาชาติ หน่อพระธรรม ที่ แตกแยกออก จาก วัดหนองป่าพง ตั้งอยู่ที่บ้านบุ่งหวาย อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี ห่างจากตัว จังหวัดอุบลราชธานี ประมาณ 14 กม. ตามทางหลวงหมายเลข 226 จัดเป็นวัดสาขาอันดับที่ 19 ของ วัดหนองป่าพง เดิมชื่อว่า วัดอเมริกาวาส และมาเปลี่ยนชื่อเป็น วัดป่านานาชาติ

วัดป่านานาชาติ ภายหลัง โดยมีชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า WAT PAH NANACHAT. BUNG WAI FOREST MONASTERY. ซึ่งเป็นวัดที่มี พระภิกษุชาวต่างชาติ หลายประเทศ นานาชาติ มารวมพำนัก ที่ วัดป่านานาชาติ แห่งนี้ เช่น อังกฤษ อเมริกัน ออสเตรเลีย แคนาดา ฝรั่งเศส นิวซีแลนด์และ ญี่ปุ่น เป็นต้น มาจำพรรษาอยู่มิได้ขาด ทุกๆ ปี ที่ วัดป่านานาชาติ

วัดป่านานาชาติ ได้เกิดขึ้น เมื่อในปี พ.ศ.2510 ซึ่งในขณะนั้น เป็นปีแรกที่ วัดหนองป่าพง ได้มีโอกาสต้อนรับอาคันตุกะ ชาวอเมริกัน ซึ่งอยู่ในสมณะเพศในพระพุทธศาสนา โดยพระภิกษุรูปนั้นมีนามว่า "โรเบิร์ต" ฉายา "สุเมโธ" ซึ่งวัตถุประสงค์ของการมาครั้งนี้คือ เพื่อมาถวายตัว เป็นลูกศิษย์ของ หลวงปู่ชา สุภัทโธ ต่อมา เมื่อวันที่ 11 มีนาคม พ.ศ.2518 ท่านสุเมโธ และพระภิกษุรูปอื่นๆ ได้ดินทางไปพักอยู่ในเขตป่าช้า บ้านบุ่งหวาย ต.บุ่งหวาย อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี ชาวบ้านบุ่งหวายจึงปลูกกระท่อมให้อยู่อาศัย เพื่อการปฏิบัติธรรม และเมื่อจวนจะเข้าพรรษา หลวงปู่ชา สุภัทโธ ได้อนุญาตให้พระชาวต่างประเทศไปจำพรรษารวมกันที่กระท่อมนั้น และได้มอบหมายให้ท่าน สุเมโธ เป็นประธาน เพื่ออบรมพระสามเณรเหล่านั้น เพราะนานครั้งหลวงปู่ชา สุภัทโธ จะไปให้โอวาทสักครั้ง โดยวัตถุประสงค์ที่ให้พระชาวต่างประเทศไปอยู่รวมกัน เพื่อเป็นการเตรียมตัวไว้ เมื่อถึงคราวพระเหล่านี้ กลับไปประเทศของตน จะได้สะดวกในการปกครอง ถ้ามีสิ่งใดบกพร่อง จะได้แก้ไขปรับปรุงให้ดีขึ้น การที่พระภิกษุสามเณรไปอยู่รวมกัน ก็ได้รับการอุปถัมภ์อย่างดี จากชาวบ้านบุ่งหวาย ห้วยขยุง ชาวตลาดวารินฯ และชาวตลาดฝั่งอุบลฯ จนทำให้เกิดสิ่งก่อสร้างเท่าที่จำเป็นมาจนถึงทุกวันนี้ ปัจจุบันนี้ วัดป่านานาชาติ ได้มีพระภิกษุสามเณรชาวต่างชาติมาจำพรรษาจำนวนมาก เพื่อศึกษาเล่าเรียนพระธรรมวินัย และปฏิบัติทางวิปัสสนากรรมัฎฐาน พระภิกษุในวัดเกือบทุกรูป จะสามารถพูดภาษาไทย สวดภาษาบาลีได้เป็นอย่างดี นอกจากนั้นยังเป็นพระที่เคร่งครัดในพระธรรมวินัย ทำให้เป็นที่เคารพศรัทธาแก่พุทธศาสนิกชนทั่วไป

                            ******************

ข้อมูลของเราคราวนี้  พอจะช่วยเชิญชวนเพื่อนๆ ให้ไปเที่ยวจังหวัดอุบลฯ ไปร่วมไหว้พระเมืองอุบลฯ กันเพิ่มขึ้นบ้างมั้ยค่ะ  นอกจากเมืองอุบลฯ แห่งนี้จะมีแหล่งท่องเที่ยวดันโดดเด่นของชาวพุทธศาสนาแล้ว  ที่เมืองอุบลฯ แห่งนี้ก็ยังตั้งอยู่ริมแม่น้ำมูล ที่มีจุดชมวิว และแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามขึ้นชื่ออื่นๆ อีกมากมาย  อาทิ อีกทั้งมีเมนูปลารสเด็ดมากมายให้ลิ้มลอง  รวมถึงหากใครพอมีเวลาจะข้ามไปเที่ยวยังประเทศลาวเพื่อนบ้าน ก็สามารถขับรถข้ามแดนข้ามแม่น้ำโขงได้ที่สะพานมิตรภาพลาว-ญี่ปุ่น ที่ด่านช่องแม็ก-วังเต่า ท่านก็จะได้ไปชื่นชมแหล่งธรรมชาติขึ้นชื่อ และวิธีชีวิตที่งดงามของเมืองปากเซ แขวงจำปาสัก อาทิ น้ำตกคอนพะเพ็ง ตาดผาเยื้อง อุทยานบาเจียง ตาดผาส้วม หลี่ผี ตาดฟาน ไร่ชา ปากซอง วัดพูมรดกโลก ฯลฯ

แต่อย่างไรเสีย หากท่านเป็นชาวพุทธฯ แล้ว หากมีโอกาสก็อยากเชิญชวนให้ทุกท่านได้มีโอกาสไปร่วมไหว้สักการะตามวัดต่างๆ ให้ครบสัก 9 วัดในเมืองอุบลราชธานีแห่งนี้  จะถือเป็นมงคลยิ่งนัก และถ้าจะมาในช่วงประเพณีวันอาสาฬหบูชา - วันเข้าพรรษาแล้วละก็ ท่านจะได้มีโอกาสชื่นชมความงดงามของขบวนแห่ต้นเทียนด้วย ถือว่า คุ้มกับการเดินทางมากๆ ค่ะ

ขอขอบคุณแห่งข้อมูลทั้งหมด ดังนี้ :

www.guideubon.com

 

 

 


  Back to top
indochinaexplorer

 
indochinaexplorer 2
By : ฟองเบียร์ [ 10.02.15 ] แจ้งลบ
 
ไปมาเเล้ว มีแต่สถานที่สวยๆทั้งนั้นเลยhttp://www.indochinaexplorer.com/Emotion/o04.gif
 
indochinaexplorer indochinaexplorer indochinaexplorer
 
indochinaexplorer 1
By : 1525 [ 22.09.13 ] แจ้งลบ
 
เธ”เธตเธ„เธฑเธš
 
indochinaexplorer indochinaexplorer indochinaexplorer
             ทั้งหมดจำนวน   1    หน้า   ปัจจุบันหน้าที่  
 
  ข้อความคิดเห็น

(การแทรกรูปภาพ คลิกซ้ายแล้วลากไปวางตามต้องการ)
 
  โดย
  กรอกอักษรยืนยัน
 
  
 
 
 
 
 
 
 
 
 
  Back to top
 
บริษัท อินโดไชน่า เอ็กซ์พลอเรอร์ (ประเทศไทย) จำกัด 254/1 ถ.เอกชัย ต.บางยอน บางบอน กรุงเทพ 10150 Tel. (+66) 0 2898-1817 , 0 2898-2324 EiEi