6วัน ย็อกยาการ์ต้า-โซโล-บันดุง

 DOWNLOAD PROGRAM

SKU : 6 วัน ย็อกยาการ์ต้า - โซโล - บันดุง

Price

38,500.00 ฿

Quantity to buy
Total 38,500.00 ฿

Do not have enough stock

Out of stock

ย็อกยาการ์ต้า - โซโล - บันดุง 6 วัน

รายละเอียดการเดินทาง: ถึง 31 ตุลาคม 2567            

2 ท่าน เดินทางได้เลย


Option กรณีต้องการนั่งรถไฟความเร็วสูง จากบันดุง เข้า จาการ์ต้าจ่ายเพิ่ม 2500 บาท ต่อท่าน

หมายเหตุ: รถตู้ บันดุง – จาการ์ต้า เป็นรถคันเดิม ตลอดทริป กรณีลูกค้านั่งรถไฟ รถตู้จะออกจาก บันดุง ในคืนก่อนหน้านั้น เพื่อมารอรับคณะที่จาการ์ต้า (กระเป๋าใบใหญ่ สามารถฝากมากับรถได้เพื่อความสะดวกบนรถไฟ)


วันแรก    กรุงเทพฯ – กัวลาลัมเปอร์ – ย็อกยาการ์ต้า (ย็อกย่า)       (อาหารเย็น)

ไฟล้ท์แนะนำ: ไม่รวมในค่าบริการ

AK891  DMK – KUL          0835 - 1150   (Transit 3.40 Hrs.)

AK348  KUL – YIA            1530 - 1705   (Duration Time: 08:20 Hrs.)


06.00 น.         คณะผู้เดินทาง พร้อมกันที่ สนามบินดอนเมือง  เพื่อทำการเช็คอินที่เค้าน์เตอร์สายการบิน แอร์เอเชีย   

06.15 น.         สู่เมืองย็อกยาการ์ต้า อินโดนีเซีย เปลี่ยนเครื่องที่กัวลาลัมเปอร์ 

17.05 น.         ถึง เมืองย็อกยาการ์ต้า (ย็อกย่า)    เตรียมพาสปอร์ต … เพื่อขอรับ วีซ่าสแตมป์ “ฟรี” ที่สนามบิน  

ไปผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองแล้ว   ไปรับกระเป๋า และสัมภาระ  

*** ทุกท่านต้องกรอกเอกสาร ศุลกากร E-Customs ภายใน 72 ชั่วโมง ก่อนเดินทาง เข้า อินโดนีเซีย

LINK Customs Indonesia: https://ecd.beacukai.go.id/ 

จากนั้น มัคคุเทศก์ท้องถิ่นเมือง ย็อกยาการ์ต้า (พูดภาษาอังกฤษ) รับคณะ

นำท่านเดินทางไปร้านอาหาร  รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร  

นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก เช็คอินแล้ว  เชิญท่านพักผ่อนตามอัธยาศัย           (ค้างที่ย็อกยาการ์ต้า)


วันที่สอง         ย็อกย่า – สุระการ์ตะ (โซโล) – ย็อกย่า    (เช้า / กลางวัน / เย็น)

เช้า                รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม มัคคุเทศก์ท้องถิ่น มารับคณะยังโรงแรมที่พัก             

นำท่านเดินทางสู่ เมือง สุระการ์ตะ (โซโล) เมืองคู่ของเมืองย็อกย่า และยังเป็นเมืองที่ได้เคยเป็นที่รับเสด็จ ล้นเกล้า รัชกาล ที่ 5 และ รัชกาลที่ 7 เมื่อครั้งเสด็จเยือนชวาอีกด้วย (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง)  ถึงเมืองโซโล  นำท่านชม พระราชวังกาสุนานัน (Kasunanan Palace)   พระราชวังแห่ง ซูซูฮูนัน (Susuhunan) หรือกษัตริย์แห่ง สุระการ์ตา ซึ่งสร้างในสมัย สุลต่าน ปากูบูโวโน ที่ 2 (Sultan Pakubuwono II) เมื่อปี ค.ศ. 1745  และในสมัยของ สุลต่านปากูบูโวโน ที่ 10 (Sultan Pakubuwono X) ซึ่งมีพระชนม์ในช่วงระหว่าง 29 พฤศจิกายน ค.ศ. 1866 - 20 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1939 ที่วังแห่งนี้ ได้เคยเป็นที่รับเสด็จ ล้นเกล้ารัชกาล ที่ 5 และ รัชกาลที่ 7 เมื่อครั้งเสด็จเยือนชวาอีกด้วย จากนั้น นำท่านชม พระราชวังมังกูเนการัม (Mangkunegarum Palace) ซึ่งสร้างเมื่อปี ค.ศ. 1757 โดย ระเด่น มาส ซาอิด ซึ่งต่อมา ได้ขึ้นเป็น ผู้ครอง นครมาตะรัมตะวันออก (Eastern Mataram) พระนามว่า มังกูเนการ่า ที่ 1 ภายใน มีอาคารโถง โล่ง ซึ่งใช้ในการ ว่าราชการสมัยก่อน ปัจจุบัน ใช้เป็นที่ฝึกสอนนางรำประจำราชสำนัก วังนี้ ยังคงใช้เป็นที่พำนักของราชวงศ์มังกูเนการ่าอยู่จนoปัจจุบันนี้

         ***การเข้าชมวัง กรุณาแต่งกายสุภาพ ห้ามใส่เสื้อแขนกุด ห้ามกางเกงขาสั้น และห้ามใส่รองเท้าแตะ***  

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร  

บ่าย                นำชม พิพิธภัณฑ์ผ้าบาติคดานาร์ ฮาดิ (Banar Hadi Batik Museum) ซึ่งมีคอลเลคชั่นที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของอินโดนีเซีย และ ของโลก ไม่ต่ำกว่า 10,000 ชิ้น ได้มีการรวบรวมผ้าบาติกจากทั่วโลก ไม่ว่า ชวา บาหลี มาเลย์ จีน อินเดีย ซึ่งแต่ละประเทศ จะมีภูมิปัญญา ท้องถิ่น และเทคนิคการทำบาติก ที่แตกต่างกันออกไป

                จากนั้น นำชม และเลือกซื้อผ้าบาติกเพื่อเป็นของที่ระลึก ที่ ตึก PGS (PUSAT GROSIR SOLO) ซึ่งเป็นศูนย์ขายส่งผ้าบาติก ณ ใจกลางเมืองโซโล อันเป็นแหล่งรวมของผ้าบาติกหลายรูปแบบมากมาย ทั้งบาติกพื้นเมืองโซโล และบาติกจากแหล่งอื่นๆ ในประเทศ ซึ่งเมืองโซโลนี้ ถือว่าเป็นศูนย์กลางของบาติกของอินโดนีเซีย ทุกๆปี จะมีงานแฟชั่นโชว์สำหรับบาติก และงาน BATIK CARNIVAL ประจำปีอีกด้วย

พอสมควรแก่เวลา นำท่านเดินทางกลับเมืองย็อกย่า  

ค่ำ                  รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (อาหารจีน)

นำท่านเดินทางกลับที่พัก เชิญท่านพักผ่อนตามอัธยาศัย         (ค้างที่ย็อกยาการ์ต้า)


วันที่สาม     บุโรพุทโธ – ปะวน – เมนดุต – นั่งรถจี๊ปชมภูเขาไฟเมอรา ปี    (เช้า / กลางวัน / เย็น)

เช้า                รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม 

                 มัคคุเทศก์ท้องถิ่น มารับคณะยังโรงแรมที่พัก  นำท่านออกเดินทางสู่ โบโรพุทโธ (Borobudur)

 นำชม มหาเจดีย์โบโรพุทโธ (Borobudur) วัดพุทธที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ศูนย์รวมจิตใจของชาวพุทธ ที่สร้างขึ้นในราวศตวรรธที่ 8 อายุกว่า 1,200 ปี สร้างโดยราชวงศ์ไศเลนทรา ซึ่งปกครองตอนใต้ของชวากลาง และนับถือศาสนาพุทธนิกายมหายาน ใช้หินจำนวนกว่า 1 ล้านก้อนหรือ ประมาณ 55,000 ลูกบาศก์เมตร ด้วยจำนวนแรงงานมหาศาลเป็นระยะเวลากว่า 30 ปี แต่ก็ถูกทิ้งให้จมอยู่ใต้เถ้าถ่านของภูเขาไฟ เมอรา ปี (Merapi)  หลังจากการใช้งานไม่ถึง 200 ปี เมื่ออาณาจักร ต้องอพยพ ผู้คน ไปอยู่ทางชวาตะวันออก   บุโรพุทโธถูกค้นพบอีกครั้งในพุทธศตวรรษที่ 18 และการบูรณะก็ได้เริ่มขึ้นเมื่อต้นพุทธศตวรรษที่ 20 ช่วงที่ชาวดัทช์ ปกครองชวา  และในปี 2528 บุโรพุทโธถูกวางระเบิดโดยกลุ่มผู้ต่อต้านซูฮาร์โต้ จนได้รับความเสียหายอย่างหนัก และได้รับการบูรณะใหญ่อีกครั้ง หินแต่ละก้อนจะถูกเรียง ซ้อนกันขึ้นไปเป็นชั้นๆ คล้ายกับปิรามิดตัน มีทั้งหมด 9 ชั้น ชั้น 1-6 เป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ส่วนชั้น 7-9 เป็นรูปวงกลม ที่เรียงรายไปด้วยสถูป โดยมียอดเป็นสถูปขนาดใหญ่ (ชั้นที่ 10) เป็นสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานระหว่างปิรามิดของเอเชียกลาง (Ziggurat) กับสถูปของอินเดีย มีขนาดกว้าง 118 เมตร ยาว 118 เมตร สูง 42 เมตร หรือ กว้าง 123 เมตร ยาว 123 เมตร สูง 34.5 เมตร หลังจากการบูรณะครั้งหลังสุด พุทธสถานแห่งนี้ ไม่มีทางเข้าไปภายใน ไม่มีพระบรม สารีริกธาตุ หรือ พระพุทธรูปบรรจุอยู่ในสถูปองค์ใหญ่ที่ด้านบนสุด และไม่มีสถานที่สำหรับพระสงฆ์ใช้จำวัด

มหาเจดีย์บุโรพุทโธ  ได้รับการขึ้นทะเบียน เป็นมรดกโลก โดย UNESCO ในปี พ.ศ. 2534 

จากนั้น นำท่านชม จันทิปาวน (Candi Pawon) เจดีย์ทรงปราสาท ลักษณะคล้ายพระบรมธาตุไชยา ที่เป็นหลักฐานความรุ่งเรือง ของราชวงศ์ไศเลนทรา แห่งอาณาจักรศรีวิชัย

แล้วนำท่านชม จันทิเมนดุต (Candi Mendut) ซึ่งเป็นปราสาทจันทิ รุ่นแรก ๆ ในพุทธศาสนา โดยภายในประดิษฐาน พระพุทธรูป ปางแสดงธรรม ประทับนั่งหย่อนพระบาทที่งดงาม ขนาบข้างโดยพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรปัทมปาณี และพระโพธิสัตว์วัชรปาณี เชื่อว่าในสมัยโบราณ วัดนี้ เป็นจุดเริ่มต้น สำหรับ พุทธศาสนิกชน ที่จะเดินไปแสวงบุญยังบุโรพุทโธ  

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง

บ่าย            นำท่านเดินทางไปชม ภูเขาไฟเมอราปี แล้วเปลี่ยนพาหนะเป็นรถจี๊ปขับเคลื่อนสี่ล้อ ชมภูเขาไฟเมอราปี ซึ่งมีความสูงถึง 2,914 เมตร เป็น 1 ในภูเขาไฟ 219 ลูก ของอินโดนีเซียที่ยังคุกรุ่นอยู่ โดยประทุขึ้นครั้งสุดท้าย เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2553 และยังทิ้งร่องรอย ความเสียหาย แก่หมู่บ้าน เรือกสวนไร่นา บริเวณเชิงเขาอันอุดมสมบูรณ์ เป็นหลักฐานแสดงถึงความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติ ภูเขาไฟลูกนี้ได้นามมาจากคำว่า “เมรุ” อันหมายถึงภูเขาพระสุเมรุ ศูนย์กลางของจักรวาล และคำว่า “อาปี” ที่แปลว่าไฟ

จากนั้น เดินทางกลับเข้าสู่ เมืองย็อกยาการ์ตา  อิสระช้อปปิ้งที่ ถนนมาลิโอโบโร่ (Malioboro) แหล่งช้อปปิ้ง ที่คลาคล่ำไปด้วย สินค้าของที่ระลึก งานหัตถกรรมผ้าบาติก เสื้อผ้า กระเป๋า ฯลฯ และในบริเวณนี้ ก็ยังมีรถม้า ไว้คอยบริการ นักท่องเที่ยว ไว้นั่งรถเล่นชมเมือง อีกด้วย  

19.00 น.     รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร   

นำท่านเดินทางกลับที่พัก  เชิญท่านพักผ่อนตามอัธยาศัย           (ค้างที่ย็อกยาการ์ต้า) 

 

 วันที่สี่     ปรัมบานัน – นั่งรถไฟไปบันดุง    (เช้า / กลางวัน / เย็น)

เช้า            รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม 

หลังจากเช็คเอ้าท์แล้ว  มัคคุเทศก์ท้องถิ่น มารับคณะยังโรงแรมที่พัก   นำท่านชม วัดปรัมบานัน หมู่วิหารของฮินดู สร้างเสร็จราว ปี  856 เพื่อ ฉลองชัยชนะของระไก ปีกาตัน (ทายาทผู้สืบทอดราชวงศ์สันชัย) ลานตรงกลางของโบราณสถานแห่งนี้มีสิ่งปลูกสร้างแปดหลัง หลังใหญ่ สุดสามหลัง เรียงจากเหนือจรดใต้คือ จันดี ศิวะ มหาเทวา สูง 47 เมตร องค์ใหญ่สุดเพื่อถวายแด่พระศิวะ ขนาบข้างด้วย วิหารขนาดเล็กกว่า คือ จันดี วิษณุ(ทางเหนือ) และ จันดี พรหมมา (ทางใต้) ฝั่งตรงข้ามตะวันออกคือวิหารเล็ก ๆ ที่ครั้งหนึ่งเคยบรรจุ พาหนะทรง ของเทพเจ้าแต่ละองค์ เช่นวัวของพระศิวะ (นนที) หงส์ของพระพรหม (ฮัมสา) และครุฑของพระวิษณุ   ปัจจุบันเหลือแต่  วัว นนที เท่านั้น     ใกล้ประตูทางเหนือและใต้ของพื้นที่ส่วนกลาง ซึ่งมีกำแพงล้อมรอบ คือวิหารราชสำนักสองหลัง มีลักษณะเหมือนกัน สูงราว 16 เมตร      จันดี ศิวะ มหาเทวา องค์ใหญ่สุดเพื่อ ถวายแด่พระศิวะ มีอีกชื่อหนึ่งคือ รอรอ จองกรัง (หญิงสาวร่างอรชร) หมายถึงหมู่วิหารทั้งหมด  ตำนานท้องถิ่นกล่าวว่า รอรอ จองกรัง เป็นเจ้าหญิงที่ถูกสาปโดยคู่หมายที่ไม่ได้รักกัน นางขอให้ฝ่ายชาย สร้างวัดให้เสร็จในหนึ่งคืน  และทำลายผลงานที่เกือบเสร็จสิ้นของเขาด้วยการตำข้าวด้วยครกกระเดื่องซึ่งเป็นสัญญาณของเช้าวันใหม่ ก่อนเวลาเริ่มวันใหม่ เพื่อให้ฝ่ายชายคิดว่า ตนทำไม่สำเร็จ แต่เมื่อรู้ว่าถูกหลอก ฝ่ายชายโกรธมากและสาปให้นางเป็นหิน ตามตำนาน หญิงสาวยังคงอยู่ที่นี่ ในหอเหนือของวิหาร ในรูปสลักของนางทุรคาชายาของพระศิวะ    ในหออีกสามหลังมีรูปสลักของ อกัสตียะ “พระอาจารย์ของเทพเจ้า” หันหน้าไปทางใต้  รูปสลักพระคเณศ โอรสแห่งพระศิวะ มีเศียรเป็นช้าง หันไปทางตะวันตก และพระศิวะ สูง 3 เมตร (หอกลาง หันทางตะวันออก)

นำท่านเดินทางไปยังสถานีรถไฟ

 

12.00 น.     ออกเดินทางโดย รถไฟ ขบวน Argo Wilis fast train ไปยังเมืองบันดุง

                    (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 6 ชั่วโมง) บริการอาหารกลางวัน (อาหารกล่อง) ระหว่างทาง

18.08 น.     เดินทางถึงเมืองบันดุง   มัคคุเทศก์ท้องถิ่น รอต้อนรับคณะ

                   นำท่านเดินทางไปร้านอาหาร  รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร   

นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก เช็คอินแล้ว  เชิญท่านพักผ่อนตามอัธยาศัย                (ค้างที่ บันดุง)


วันที่ห้า        บันดุง                                                (เช้า / กลางวัน / เย็น)

เช้า            รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม 

มัคคุเทศก์ท้องถิ่น มารับคณะ    นำท่านเดินทางสู่ ทะเลสาบคาวาห์ ปูติห์ (Kawah Putih) อันเกิดจาก ปล่องภูเขาไฟ ที่ดับแล้วเก็บกักน้ำฝนปะปนกับแร่ธาตุและแร่กำมะถันที่เกิดจากภูเขาไฟ กลายเป็นทะเลสาบบนยอดเขาสูง 2,430 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล  โดยปรากฎเป็นดินสีขาว และสีสันของน้ำในทะเลสาบที่กลายเป็นสีฟ้า สีเขียว หรือแม้กระทั่ง สีเหลือง งามแปลกตา ขึ้นอยู่กับความเข้มข้นของกำมะถันในบริเวณนั้น  อิสระให้ท่านเก็บภาพประทับใจ ตามอัธยาศัย

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง 

บ่าย           นำท่านกลับตัวเมืองบันดุง  นำท่านชมตัวเมืองบันดุง เมืองใหญ่อันดับ 4 ของประเทศอินโดนีเซีย ตั้งอยู่ที่ระดับความสูง 768 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล  ก่อตั้งขึ้นโดยชาวดัชท์ คริสต์ศตวรรษที่ 18 จากแหล่งปลูกชาจนมาเป็นเมืองพักตากอากาศและเมืองสำคัญที่สุดในชวาตะวันตกยังทิ้งร่อยรอยอาคารเก่าแก่ย้อนกลับไปในยุคอาณานิคมดัชท์หลายแห่ง

                 นำท่านชมตัวเมืองบันดุง ผ่านชมส่วนราชการต่างๆ Gedung Sate หรือที่ว่าการรัฐของจังหวัดชวาตะวันตก ซึ่งเป็นแลนด์มาร์กของบันดุง แล้วนำท่านสู่ย่านตลาดส่งออก แหล่งผลิตและส่งออกสินค้า อาทิเช่น รองเท้า เสื้อผ้า เกมส์ แผ่น ดีวีดี และสินค้าอื่นๆอีกมากมาย ให้ท่านได้เลือกซื้อสินค้าราคาขายส่ง อาทิ กระเป๋า รองเท้า เสื้อผ้า ฯลฯ และช้อปปิ้งกันอย่างจุใจ

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร   

นำท่านเดินทางกลับที่พัก เชิญท่านพักผ่อนตามอัธยาศัย             (ค้างที่ บันดุง)

 

วันที่หก          บันดุง - จาการ์ต้า - เดินทางกลับ                              (อาหารเช้า / กลางวัน)

เช้า            รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม 

หลังจากเช็คเอ้าท์แล้ว  มัคคุเทศก์ท้องถิ่น มารับคณะยังโรงแรมที่พัก   นำท่านออกเดินทางสู่ เมืองจาการ์ต้า เมืองหลวงของ ประเทศอินโดนีเซีย  (ใช้เวลาเดินทาง ประมาณ 3 ชั่วโมง) 

ถึงจาการ์ต้า นำท่านนั่งรถชมรอบๆตัวเมืองจากาต้าร์  ผ่านชม TUGU MONAS, NATIONAL MONUMENT TOWER สัญลักษณ์ ของ อินโดนีเซีย ตั้งอยู่ที่ MERDEKA SQUARE สร้างขึ้นในปีค.ศ. 1961 และเสร็จสมบูรณ์ ในปี ค.ศ. 1975 เพื่อระลึกถึงความพยายาม ที่จะให้ได้มา ซึ่งเอกราชของประเทศ ในปี ค.ศ. 1945   จากนั้น ผ่านชมที่พักประธานาธิบดี และ ส่วนราชการอื่นๆ  

12.00 น.     รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

13.00 น.     นำท่านเดินทางไปสนามบินจาการ์ต้า เพื่อเดินทางกลับกรุงเทพฯ 

ไฟล้ท์แนะนำ: สายการบินแอร์เอเชีย *** ค่าตั๋วเครื่องบิน ... ไม่รวมในบริการ ***

                  QZ 252   CGK – DMK             16.30 – 20.10

……………………………………………………………………………………………………..

 


อัตราค่าบริการนี้รวม    ค่าโรงแรมที่พัก ที่เมืองย็อกย่า 3 คืน พร้อมอาหารเช้า  พักห้องคู่

ค่าโรงแรมที่พัก ที่เมืองบันดุง 2 คืน พร้อมอาหารเช้า  พักห้องคู่

ค่าอาหาร ทุกมื้อตามที่ระบุตามรายการ // น้ำดื่ม ท่านละ 1 ขวด ต่อวัน ระหว่างทัวร์ 

ค่ารถรับส่งสนามบิน และท่องเที่ยวตามสถานที่ท่องเที่ยวที่ระบุตามรายการ

ค่าตั๋วรถไฟ จาก เมืองย็อกย่า ไป บันดุง (Argo Wilis fast train หรือเทียบเท่า)

ค่ารถจี๊ป ชมภูเขาไฟ เมอราปี // ค่าเข้าชมสถานที่ต่าง ๆ ตามรายการ

มัคคุเทศก์ท้องถิ่น (พูดภาษาอังกฤษ) ดูแลระหว่างท่องเที่ยว 

 

อัตราค่าบริการนี้ไม่รวม         ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ตั๋วเครื่องบิน ไป / กลับ ตลอดเส้นทาง

ค่าใช้จ่ายส่วนตัว เช่น ค่าโทรศัพท์ ค่าซักผ้า รีดผ้า ค่าอาหาร และเครื่องดื่มสั่งพิเศษ

ค่าประกันอุบัติเหตุการเดินทาง ค่าทิปมัคคุเทศก์ท้องถิ่น และคนขับรถ

ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และ หัก ณ ที่จ่าย 3% (กรณีต้องการใบกำกับภาษี)

 

Visitors: 48,643